
ที่หัวหินไร่ละ100ล้าน
เพซแก้เกมผุดวิลลาขายพร้อมทะเลเทียมอนันดาดึงมิตซุยตั้งบริษัทลุยซิตี้คอนโด
เพซแก้เกมผุดวิลลาขายพร้อมทะเลเทียมอนันดาดึงมิตซุยตั้งบริษัทลุยซิตี้คอนโด
“เพซ” ชี้ที่ดินริมทะเลหัวหินราคาพุ่งไร่ละ 100 ล้าน ล่าสุดผุดโครงการมหาสมุทร มูลค่า 2,700 ล้านบาท
นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันที่ดินใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้นหาได้ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะที่ดินริมทะเลนั้นบางแปลงมีราคาสูงถึง 100 ล้านบาทต่อไร่ และราคาเฉลี่ยที่ดินปรับสูงขึ้นจากปีก่อนไม่ต่ำกว่า 20%
บริษัทจึงตัดสินใจเข้าไปพัฒนาโครงการมหาสมุทร ซึ่งเป็นวิลลาหรูในซอยหัวหิน 112 มูลค่าโครงการ 2,700 ล้านบาท โดยวิลลาแต่ละหลังมีพื้นที่ใช้สอย 550-600 ตร.ม. จำนวน 90 หลัง ราคาขายเริ่มต้น 35 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้มีจุดเด่นที่ทะเลสาบและชายหาดขนาด 45 ไร่ สร้างด้วยเทคโนโลยีการจดสิทธิบัตรจากคริสตัล ลากูน ประเทศชิลี เพื่อให้เป็นทะเลสาบใหญ่ที่สุดในเอเชีย มูลค่าลงทุน 600 ล้านบาท
นอกจากนี้ จะมีการก่อสร้างคันทรีคลับภายในโครงการให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางสังคมและการกีฬาเป็นคลับสุดหรู ประกอบด้วยกิจกรรมกีฬากลางแจ้งและกีฬาทางน้ำ ร้านอาหารชื่อดัง โรงภาพยนตร์ โดยจะมีการเปิดขายสมาชิกให้กับบุคคลทั่วไปตลอดชีพ เริ่มต้นที่ 3 แสนบาทต่อราย ในช่วงก่อน เปิดขายโครงการอย่างเป็นทางการก่อนเดือน เม.ย. 2557 ขณะที่โครงการจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 3 ของปีนี้ และคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จปลายปี 2557
สำหรับในปีนี้บริษัทมียอดรับรู้รายได้จากการโอนโครงการคอนโดมิเนียมศาลาแดง เรสซิเด้นท์ กว่า 400 ล้านบาท ขณะเดียวกันมีแผนจะนำบริษัทเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ โดยจะออกหุ้นใหม่จำนวน 600 ล้านหุ้น คิดเป็น 30% ของทุนจดทะเบียนบริษัท จำนวน 1,450 ล้านบาท
ด้านนายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า บริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัท มิตซุย ฟุโดซัง เรสซิเด็นเชียล เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น โดยมียอดรายได้ 1.445 ล้านล้านเยน หรือ 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ และบริษัท มิตซุย จะถือหุ้นในบริษัทร่วมทุนในสัดส่วน 49% เท่ากัน และนักลงทุนรายย่อยถือหุ้นในสัดส่วน 2% ที่เหลือ โดยมีเงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,800 ล้านบาท ซึ่งบริษัท อนันดาฯ จะรับหน้าที่หลักในการบริหารงานโครงการทั้งหมด
“การร่วมทุนทางธุรกิจในครั้งนี้ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เราได้ยักษ์ใหญ่อย่าง มิตซุย ฟุโดซัง มาเป็นพันธมิตรในการสนับสนุนทางธุรกิจ ซึ่งมิตซุย ฟุโดซัง เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงมากที่สุดด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศญี่ปุ่น และเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนด้านกลยุทธ์ของบริษัท ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้จะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของอนันดาฯ ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นทั้งในด้านการเงิน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการก่อสร้าง ซึ่งนอกจาก อนันดาฯ จะมีโอกาสได้เรียนรู้วิทยาการใหม่ๆ ที่น่าสนใจแล้ว ด้วยจุดแข็ง ของ มิตซุย ฟุโดซัง ทำให้ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ได้รับจากการร่วมทุนในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้อนันดาฯสามารถนำความรู้ใหม่ๆ ที่ได้รับมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยให้ก้าวสู่ระดับระดับสากลตามที่ได้ตั้งใจไว้อย่างแน่นอน โดยจะเริ่มโครงการแรกภายในปีนี้ครับ” นายชานนท์กล่าว







