posttoday
เสริมเขี้ยวเล็บไมซ์ไทยพร้อมสยายปีกนอกบ้าน

เสริมเขี้ยวเล็บไมซ์ไทยพร้อมสยายปีกนอกบ้าน

19 มิถุนายน 2556

หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพโดดเด่น คือ อุตสาหกรรมจัดประชุมและนิทรรศการ (ไมซ์)

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพโดดเด่น คือ อุตสาหกรรมจัดประชุมและนิทรรศการ (ไมซ์)

แต่โอกาสธุรกิจไม่ได้อยู่แค่ในบ้าน ผู้ประกอบการจึงควรเสริมเขี้ยวเล็บเพื่อให้พร้อมออกไปโตข้างนอก

“สุรินทร์ พิศสุวรรณ” ประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย และอดีตเลขาธิการอาเซียน กล่าวในงาน ASEAN MICE Operation : Now For The Next Investment Excellence ที่จัดโดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(ทีเส็บ) ว่า อุตสาหกรรมไมซ์เป็นอำนาจแบบอ่อน (Soft Power) ที่ไทยมีมากกว่าประเทศอื่นในอาเซียน เป็นจุดแข็งที่ควรรักษาไว้ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อบวก6 ประเทศคู่เจรจา จะทำให้โอกาสเพิ่มขึ้นมหาศาล

เอสเอ็มอีไทยจึงควรเพิ่มการลงทุนและการค้ากับเพื่อนบ้านอาเซียนมากขึ้น เพราะอาเซียนค้าขายกันเองแค่ 25% แตกต่างกับอเมริกาเหนือที่ค้าขายกันเอง 55-60% และยุโรปที่สัดส่วนมากถึง 75%

“ผู้ประกอบการไทยควรออกไปเรียนรู้ เพื่อจะได้แข่งขันกับคนอื่น แต่ธุรกิจไทยยังขาดความกล้าที่จะเสี่ยง ทั้งที่โอกาสธุรกิจในอนาคตอยู่นอกบ้าน เมื่อเปิดเออีซี หากเราไม่ออกไป คนอื่นก็จะเข้ามาแทน”

สุรินทร์ แนะให้ไมซ์ไทยใช้จุดแข็งที่มีอยู่ ทั้งรอยยิ้ม บริการที่มีคุณภาพ และเอกลักษณ์ไทย ซึ่งต้องทำให้ชาวต่างชาติรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่มาถึง รวมถึงควรเน้นกลุ่มผู้บริโภคชนชั้นกลางที่ขยายตัวอย่างมาก ขณะที่รัฐบาลควรสนับสนุนเอสเอ็มอีไทย เช่น ตั้งกองทุนดอกเบี้ยต่ำ

“นิชาภา ยศวีร์” ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ บอกว่า ทีเส็บสนับสนุนธุรกิจไมซ์ไทยใน 3 ส่วน ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยส่วนต้นน้ำมุ่งสร้างบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรม เน้นพัฒนานักศึกษาเพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ รวมทั้งจัดทำหลักสูตรไมซ์เพื่อสอนในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งขณะนี้มีความร่วมมือแล้ว 48 สถาบัน และมีการพัฒนาด้านภาษาอาเซียน เพิ่มเติมจากภาษาอังกฤษที่ทำอยู่แล้ว

ส่วนกลุ่มกลางน้ำปลายน้ำ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องโดยตรง จะเสริมแกร่งโดยเน้นองค์ความรู้ เพิ่มศักยภาพในเชิงรุก ต่อยอดเรื่องความคิดสร้างสรรค์ การจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งหาพันธมิตรที่ดี

ประเมินว่า 4 ประเทศคู่ค้าหลักที่ธุรกิจไทยน่าจะไปได้ดีที่สุด คือ อินโดนีเซีย เวียดนาม พม่า และลาว เพราะยังมีพื้นที่ให้เล่นมาก และมีโอกาสประสบความสำเร็จง่ายกว่าตลาดที่มีการแข่งขันอยู่แล้ว

เวียดนาม เป็นประเทศที่ก้าวข้ามระดับพื้นฐานไปแล้ว ปัจจุบันตลาดมีความเข้าใจธุรกิจไมซ์มากขึ้น อย่างในโฮจิมินห์มีโซนใหม่ที่มีสถานที่จัดงานได้มาตรฐาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการดึงงานเข้าไปจัด

พม่า มีความน่าสนใจเพราะเป็นตลาดใหม่ ประกอบกับรัฐบาลพม่าเปิดรับธุรกิจและการลงทุนจากต่างชาติ จึงยังมีโอกาสโตได้อีกมาก ขณะที่ลาวก็มีศักยภาพมาก

อินโดนีเซีย เป็นอีกประเทศที่อยู่ในเรดาร์ความสนใจ เพราะมีความพร้อมใกล้เคียงเวียดนาม

ทั้ง 4 ตลาดนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ส่วนตลาดอื่นในอาเซียนที่มีการแข่งขันหนาแน่น รูปแบบอาจต้องปรับเปลี่ยนไปเน้นหาพันธมิตรมากกว่าลงทุนเอง

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายก็ยังมีอยู่ แต่หากเข้าใจก็จะไม่เป็นอุปสรรค อย่างเช่นกฎระเบียบที่แตกต่างในแต่ละประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ