
รถหรูประกอบเถื่อนเพียบ
กรอ.ตรวจทั่วกรุงพบมีใบอนุญาตแค่2แห่งลุยต่อทั่วประเทศส่งข้อมูลให้ดีเอสไอ
กรอ.ตรวจทั่วกรุงพบมีใบอนุญาตแค่2แห่งลุยต่อทั่วประเทศส่งข้อมูลให้ดีเอสไอ
กรอ.ปูพรมตรวจโรงงานประกอบ พบมีใบอนุญาตแค่ 2 แห่ง จาก 32 แห่ง จ่อส่งข้อมูลดีเอสไอใช้เป็นหลักฐานเอาผิดผู้นำเข้ารถหรู
นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า กรอ.ได้ลงพื้นที่ตรวจโรงงานประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์นำเข้า 32 แห่ง ในกรุงเทพฯ และ 2 แห่ง ใน จ.สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจดทะเบียนเป็นโรงงานประกอบรถยนต์กับกรมสรรพสามิตจากทั้งหมดที่มีอยู่ 99 แห่งทั่วประเทศ
ทั้งนี้ พบว่ามีโรงงานเพียง 2 แห่งเท่านั้น ในกรุงเทพฯ ที่เข้าข่ายเป็นโรงงานประกอบรถยนต์ที่ถูกต้องตามกฎหมายคือ มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) เป็นโรงงานประเภทประกอบกิจการสร้าง ประกอบดัดแปลงชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ ได้แก่ บริษัท วินิจผล ออโต้ ตั้งอยู่ที่ บางกอกน้อย และบริษัท ที.ยู.เอส มอเตอร์ ตั้งอยู่ที่ บางยี่ขัน กรุงเทพฯ
สำหรับโรงงานอื่นๆ ที่เหลือ ซึ่งแจ้งเป็นโรงงานประกอบรถยนต์ แต่ไม่มีศักยภาพที่ดำเนินได้นั้น ส่วนใหญ่พบว่าเป็นเพียงโรงงานเคาะพ่นสี โรงงานซ่อมรถ โรงงานน้ำมันหล่อลื่น บางแห่งพบว่าเลิกกิจการประกอบรถยนต์ไปแล้ว และพบสภาพสถานที่กลายเป็นร้านขนม
“การที่พบว่ามีอยู่ไม่กี่แห่งที่มีศักยภาพประกอบรถยนต์ได้ ทำให้เห็นชัดว่ามีการนำรถเข้ามาทั้งคันหรือแยกชิ้นส่วนง่ายๆ แล้วแจ้งเป็นรถจดประกอบเพื่อเลี่ยงภาษี” นายณัฐพล กล่าว
นายณัฐพล กล่าวว่า โรงงานอื่นๆ ที่กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ ได้มีการสั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดตรวจสอบแล้วว่ามีศักยภาพที่มีใบอนุญาต รง.4 และมีศักยภาพประกอบรถยนต์หรือไม่ โดยให้แจ้งกลับมายัง กรอ.เร็วที่สุด แต่เชื่อว่าโรงงานที่เหลือจะมีสภาพไม่ต่างจากโรงงานอื่นๆ ในกรุงเทพฯ และหลังจากนี้ กรอ.จะรวมข้อมูลส่งไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อใช้ประกอบหลักฐานดำเนินคดีกับผู้นำเข้ารถหรู ที่มีการแจ้งว่านำเข้าเป็นรถจดประกอบ แต่หากข้อมูลจากจังหวัดมาช้าจะส่งข้อมูลที่มีอยู่ให้ดีเอสไอก่อน
ทั้งนี้ โรงงานประกอบรถยนต์ 99 แห่ง กระจายอยู่ใน 21 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ 32 แห่ง จ.นนทบุรี นครปฐม จังหวัดละ 8 แห่ง ชลบุรี สุพรรณบุรี จังหวัดละ 7 แห่ง ราชบุรี 5 แห่ง ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี 4 แห่ง สมุทรปราการ นครราชสีมา อุบลราชธานี จังหวัดละ 3 แห่ง สระบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม จังหวัดละ 2 แห่ง และอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา อุตรดิตถ์ เพชรบุรีและภูเก็ต จังหวัดละ 1 แห่ง







