
บาทแข็งทุบส่งออกเอสเอ็มอีเม.ย.วูบ
สสว.เผยสถานการณ์เอสเอ็มอีเดือน เม.ย. 2556 ส่งออกจัดตั้งกิจการใหม่หดตัว เจอพิษบาทแข็ง
สสว.เผยสถานการณ์เอสเอ็มอีเดือน เม.ย. 2556 ส่งออกจัดตั้งกิจการใหม่หดตัว เจอพิษบาทแข็ง
นายชาวันย์ สวัสดิ์ชูโต รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เดือน เม.ย. 2556 พบว่าตัวเลขการส่งออกมีมูลค่า 140,196.35 ล้านบาท ลดลง 3.78% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และลดลง 16.70% เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
ทั้งนี้ การส่งออกของเอสเอ็มอีคิดเป็น 27.70% ของการส่งออกรวมของประเทศ โดยตลาดหลัก ได้แก่ จีน รองลงมาคือ ญี่ปุ่น สหรัฐ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ส่วนตลาดสำคัญที่มีการขยายตัวของการส่งออกสูง ได้แก่ ออสเตรเลีย พม่า และเวียดนาม สินค้าสำคัญที่ขยายตัวสูง ได้แก่ พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก อัญมณีและเครื่องประดับ ยางและของที่ทำด้วยยาง
ด้านการนำเข้าของเอสเอ็มอีมีมูลค่า 189,805.37 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.17% และลดลงจากเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา 16.70% ตลาดที่เอสเอ็มอีไทยนำเข้าสินค้ามากที่สุด คือ จีน รองลงมาคือ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐ และมาเลเซีย ตามลำดับ สินค้าที่นำเข้ามากที่สุด คือ อัญมณีและเครื่องประดับ รองลงมาคือ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ อุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เหล็กและเหล็กกล้า พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก
ขณะที่การจัดตั้งและยกเลิกกิจการของเอสเอ็มอีในเดือน เม.ย. 2556 พบว่ามีกิจการที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ จำนวนทั้งสิ้น 4,781 ราย ขยายตัวจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 18% แต่ลดลงจากเดือน มี.ค. 16% ประเภทกิจการที่มีการจัดตั้งสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป บริการนันทนาการ และอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่การยกเลิกกิจการมี 697 ราย ลดลง 12% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และลดลงจากเดือน มี.ค. 16% ประเภทกิจการที่มีการยกเลิกมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป บริการนันทนาการ และอสังหาริมทรัพย์
นายชาวันย์ กล่าวว่า สถานการณ์ส่งออกของเอสเอ็มอีในเดือน เม.ย. ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ประกอบกับตลาดส่งออกอย่างยุโรปยังไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตามแนวโน้มของสถานการณ์เงินบาทเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้ตัวเลขการส่งออกของเอสเอ็มอีดีขึ้นตามลำดับ
สำหรับประมาณการตัวเลขการขยายตัวของเอสเอ็มอีของ สสว.ในปีนี้ คาดว่าจะขยายตัว 5.10% ส่วนตัวเลขการส่งออกคาดว่าจะขยายตัว 12.20% เมื่อรวมกับภาคบริการคาดว่าจะขยายตัว 7.80%







