
คนแห่เที่ยวนอกในประทรุดแสนล.
ภาพรวมธุรกิจตลาดในรอบสัปดาห์ ตรงกับวันหยุดยาวเทศกาลมหาสงกรานต์ พบว่าในปีนี้คนไทยแห่เที่ยวนอกมากเป็นประวัติการณ์สูงสุดในรอบ 5 ปี คิดเป็นเม็ดเงินที่ไหลออกนอกประเทศกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ด้าน นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) บอกว่า คนไทยเริ่มทยอยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมาต่อเนื่องถึงวันที่ 19 เม.ย.นี้ โดยประมาณการว่าจะมีคนไทยเดินทางไปยังต่างประเทศไทยไม่ต่ำกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว 5.5 แสนคน อัตราเติบโตเฉลี่ยสูงกว่าทุกปีราว 15%
ส่วนปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนให้คนไทยหันไปเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น มาจากการที่รัฐบาลต่างประเทศ ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ในเรื่องงบประมาณการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ออกมาโร้ดโชว์สินค้าการท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
นายเจริญ ยังบอกอีกว่า จากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ยืดเยื้อถึงขณะนี้ กระทบยังอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยมูลค่าความเสียหายขณะนี้อยู่ในระดับหลายหมื่นล้านบาท และอาจถึงแสนล้านบาทหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อต่อไป โดยพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติได้ทยอยยกเลิกการเดินทางมายังประเทศไทยเกือบหมดแล้ว
ขณะที่พฤติกรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยในช่วงเทศกาลมหาสนงกรานต์ในปีนี้ ที่ล้วนมุ่งตรงการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางใต้แทนภาคเหนืออีสาน ด้านนายชัว กิมฮั่ว ผู้ประกอบการบริษัทท่องเที่ยวในรัฐยะโฮบารู ประเทศมาเลเซียสำทับคำยืนยันดังกล่าวว่า ช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์ปีนี้มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางมายังจังหวัดภาคใต้ราว 4 หมื่นคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายตกวันละ 200 ล้านบาท จากโปรแกรมเดิมที่ตั้งใจจะเดินทางท่องเที่ยวในภาคเหนืออีสาน อันเนื่องมาจากความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตลอดช่วง 1 เดือนเต็มที่ผ่านมา
ม็อบยึดราชประสงค์ศูนย์การค้าป่นปี้
การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ยืดเยื้อมากกว่า 1 เดือน พร้อมปรับชัยภูมิไปยังสี่แยกย่านราชประสงค์ในช่วง 1 สัปดาห์เต็มที่ผ่านมานี้ กระทบผู้ประกอบการธุรกิจในย่านดังกล่าวทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจศูนย์การค้า โรงแรม ที่รายล้อมและตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งก่อนหน้าสมาคมผู้ค้าปลีกไทยได้ประเมินมูลค่าความเสียหายธุรกิจค้าปลีกที่เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่าวันละ 1,000 ล้านบาท
ร้อนถึง นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (อาร์เอสทีเอ) ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อวอนขอความเห็นใจจากแกนนำกลุ่ม นปช. พิจารณาเรื่องสถานที่การชุมนุมใหม่ พร้อมประเมินความเสียหายวันละ 150 ล้านบาท และเมื่อกลุ่มนปช.ย้ายสถานที่การชุมนุมจากสะพานผ่านฟ้ามายังสี่แยกราชประสงค์ ยิ่งทำให้สมาคมฯต้องเร่งมาตรการให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยในพื้นที่เป็นอันดับแรก
รวมถึงด้านผู้บริหารเดอะมอลล์ กรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน ที่ยังประเมินสถานการณ์การเปิดปิดให้บริการศูนย์การค้าดังกล่าวแบบวันต่อวัน โดยยอมรับจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เกิดขึ้น ทำให้ยอดขายศูนย์การค้าสยามพารากอนลดลงกว่า 70% เป็นสัดส่วนเดียวกับจำนวนลูกค้าที่เดินทางลดลง จากปกติมียอดขายวันละ 40 ล้านบาท ซึ่งบริษัทยังมีรายได้สะพัดจากการที่ลูกค้าเลือกไปจับจ่ายซื้อสินค้าในศูนย์การค้าเดอะมอลล์สาขาอื่นๆ หรือที่ดิ เอ็มโพเรียม แต่จากการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ยืดเยื้อออกไป อาจทำให้บริษัทต้องปรับเป้ารายได้ใหม่ จากยอดขายของสยามพารากอนที่ลดลง
ลุยโรงงานก๊าซชีวภาพลดใช้น้ำมัน
ส่วนสถานการณ์พลังงานน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา นายชวลิต พิชาลัย รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่มีแผนปรับเพิ่มส่วนต่างราคาระหว่างดีเซล บี2 กับ บี5 เนื่องจากระดับราคาที่ห่างกันอยู่ 1.20 บาทต่อลิตร มีความเหมาะสมแล้ว ขณะที่นาย นายปุณณชัย ฟูตระกูล ผู้จัดการฝ่ายตลาด ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท. ร่วมกับ สนพ. เตรียมจัดตั้งโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพอัดใช้ในรถยนต์แทนเอ็นจีวี นำร่องใน 3 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี เชียงใหม่ และสุราษฎร์ธานี คาดใช้งบไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท







