
วิบากกรรมรถหรู
ยังคงต่อเนื่องกับการสืบสาวราวเรื่องของดีเอสไอ สำหรับความคืบหน้ากรณีรถหรูที่ถูกไฟไหม้ 4 คัน ทำให้ต่อเนื่องไปยังรถจดประกอบ รถยนต์นำเข้า ซึ่งหลังจากฝุ่นตลบอบอวลลงพื้นที่กันอย่างหนักในการตรวจสอบ นำไปสู่การเชิญเจ้าของรถหรูที่มีจำนวนกว่า 500 คัน ที่เข้าข่ายเข้าตรวจสอบ
ยังคงต่อเนื่องกับการสืบสาวราวเรื่องของดีเอสไอ สำหรับความคืบหน้ากรณีรถหรูที่ถูกไฟไหม้ 4 คัน ทำให้ต่อเนื่องไปยังรถจดประกอบ รถยนต์นำเข้า ซึ่งหลังจากฝุ่นตลบอบอวลลงพื้นที่กันอย่างหนักในการตรวจสอบ นำไปสู่การเชิญเจ้าของรถหรูที่มีจำนวนกว่า 500 คัน ที่เข้าข่ายเข้าตรวจสอบ
นั่นจึงทำให้ได้กลิ่นตุๆ อีกครั้ง เมื่อเงื่อนไขของรถจดประกอบ ที่จะต้องมีระยะเวลาการนำเข้าห่างกัน รวมถึงแต่ละชิ้นส่วนของเลขประจำชิ้นต้องไม่ตรงกัน แต่กลับพบว่าหลายคันที่ได้ตรวจสอบไปมีทุกอย่างตรงกันหมด ...ซึ่งอาจจะเข้าข่ายในกรณีนี้
ไม่เท่านั้น การตรวจสอบรถหรูที่เจ้าของเป็นเหล่าบรรดานักการเมืองและผู้มีอิทธิพล รวมถึงเหล่าเกจิอาจารย์ชื่อดังของวัด ที่ก็เข้าข่ายในลักษณะเดียวกัน คงจะต้องติดตามกันต่อไปว่าผลการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร
ทั้งหมดนี้คงเป็น “วิบากกรรม” ที่จะต้องผจญกันต่อไปยาวๆ เพราะ “ตอ” ต่างๆ ก็ผุดกันไปเรื่อยๆ แต่ว่างานนี้ก็คงไม่ลืมจุดเริ่มต้นคือ ชื่อเจ้าของรถทั้ง 4 คัน ที่ถูกไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นเสี่ย “น” หรือเสี่ยใดๆ รวมถึงการติดตามตรวจสอบที่เป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกระดับชั้นไม่ว่าจะหน้าไหนหรือเป็นใคร ก็แล้วกันนะท่านๆ ทั้งหลาย
เพราะงานนี้ประชาชนคงไม่อยากเห็น “แพะ” หรือโจรสลัดตาเดียว (ปิดตาไว้ข้างหนึ่ง) ให้ผ่านการตรวจสอบไปอย่างง่ายดายนะ...คริคริ







