
จ้างที่ปรึกษาน้ำท่วมพันล้าน
มิตซุยฯยอมจ่ายเงินเพื่อความเป็นกลางเคลียร์สินไหมของลูกค้า1.4แสนล้าน
มิตซุยฯยอมจ่ายเงินเพื่อความเป็นกลางเคลียร์สินไหมของลูกค้า1.4แสนล้าน
มิตซุย สุมิโตโม ยอมควักเงินพันล้านจ้างที่ปรึกษา ทีมสำรวจภัย เคลียร์ค่าสินไหมน้ำท่วม 1.4 แสนล้าน
นายวิชัย สันติมหกุลเลิศ รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ สาขาประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ใช้เงินประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาและทีมสำรวจภัยระดับสากลในการประเมินค่าสินไหมจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ซึ่งจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับทั้งในส่วนของลูกค้าและบริษัทรับประกันภัยต่อต่างชาติหรือรีอินชัวเรอส์
ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้จ่ายสินไหมน้ำท่วมไปแล้ว 84% จากค่าสินไหมทั้งหมดประมาณ 1.4 แสนล้านบาท และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะจ่ายได้ครบ 100% ซึ่งส่วนที่เหลืออยู่นั้นก็เป็นขั้นตอนเจรจาตกลงกับลูกค้าอยู่ โดยลูกค้าเดิมส่วนใหญ่ 95% ก็ยังคงต่ออายุประกันกับบริษัท
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโต 10% หรือได้เบี้ย 5,300-5,400 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่ทำเบี้ยได้ 4,900 ล้านบาท โดยเบี้ยหลักยังมาจากประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์หรือนันมอเตอร์ 60% และเบี้ยรถยนต์ 40%
“ปีนี้เรายังยึดเน้นโตแบบค่อยเป็นค่อยไปปีละ 810% ก็พอ ไม่เน้นแย่งงานหรือแข่งกับใคร แม้ก่อนหน้านี้เราเคยโตได้ถึง 15% ก็ตาม” นายวิชัย กล่าว
นายอานนท์ วังวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมน้ำท่วมโดยรวมไปแล้ว 3.5 แสนล้านบาท หรือ 80% จากยอดสินไหมทั้งหมด 4.35 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 7.7 หมื่นล้านบาท คาดว่าจ่ายได้ครบภายในเดือน ส.ค.นี้
สำหรับเรื่องอายุความ 2 ปีนับจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่จะครบกำหนดในเดือน ต.ค.นี้ ขอให้ลูกค้าไม่ต้องกังวล เพราะจะเริ่มนับครบ 2 ปี ก็ต่อเมื่อบริษัทประกันไม่ได้มีการจ่ายค่าสินไหมให้ลูกค้าเลย แต่ที่ผ่านมาเกือบทุกบริษัทได้ทยอยจ่ายค่าสินไหมมาโดยตลอด จึงยังไม่มีการเริ่มนับอายุความแต่อย่างใด
นายอานนท์ กล่าวว่า ในส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย นั้น ก็ได้จ่ายสินไหมน้ำท่วมไปแล้วประมาณ 80% หรือประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท หน้าการจ่ายสินไหมน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา ล่าสุดบริษัทมีการจ่ายสินไหมดังกล่าวกว่า 80% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท เหลือค้างจ่ายอยู่ 4,0005,000 ล้านบาทเท่านั้น
“ถ้าปีนี้เกิดเหตุเหมือนกับปี 2554 อีก เราก็ไม่กลัวแล้ว เพราะทุกฝ่ายก็เตรียมรับมือเต็มที่ ทั้งตัวเขื่อนที่มีอยู่รอบนิคม และตัวลูกค้าเองก็ได้ปรับปรุงโรงงานไว้พร้อมอยู่แล้ว ที่สำคัญการทำประกันภัยน้ำท่วมในปัจจุบันก็มีการจำกัดวงเงินความคุ้มครองไว้แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้รับประกันเต็ม 100% เหมือนกับปี 2554 จึงไม่มีปัญหาสำหรับธุรกิจประกัน” นายอานนท์ กล่าว







