
ทันสถานการณ์
ดึงวิทยุชุมชนแนวร่วมพลังงาน
ดึงวิทยุชุมชนแนวร่วมพลังงาน
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ได้ขอความร่วมมือกับเครือข่ายวิทยุชุมชน วิทยุโทรทัศน์ และวิทยุกระจายเสียง ทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันชี้แจงความจริงเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานในปัจจุบันและอนาคต เพราะขณะนี้คนไทยเชื่อข้อมูลที่โพสต์ในเฟซบุ๊กมากกว่าข้อมูลที่มาจากภาครัฐและกระทรวงพลังงาน จึงอยากให้เครือข่ายวิทยุชุมชนช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับรัฐ
ทั้งนี้ ประเด็นที่มีการให้ข้อมูลที่บิดเบือน เช่น มีการกล่าวว่าไทยผลิตน้ำมันดิบได้มหาศาล เหตุใดยังต้องนำเข้าน้ำมัน ซึ่งในข้อเท็จจริง ปัจจุบันการสำรวจขุดเจาะน้ำมันดิบในประเทศยังพบน้อยมาก โดยไทยผลิตน้ำมันดิบได้รวมแค่ 1.45 แสนบาร์เรล/ วัน คิดเป็น 15% และยังต้องนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ 89 แสนบาร์เรล/วัน หรือคิดเป็น 85% ในขณะที่มีความต้องการใช้สูงวันละ 1.1 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือ ไทยยังต้องนำเข้าพลังงานชนิดต่างๆ รวมกันในอัตราที่สูงมาก โดยมีการนำเข้าน้ำมันดิบในสัดส่วน 80% และยังต้องนำเข้าก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ขณะที่ถ่านหินที่ใช้ผลิตไฟฟ้ามีมูลค่าปีละประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท n
เลิกใช้มาตรการชะลอส่งออกไข่ไก่
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ไม่จำเป็นต้องนำมาตรการชะลอการส่งออกไข่ไก่มาใช้ เพราะสถานการณ์ราคาไข่ไก่กลับสู่ภาวะปกติแล้ว โดยราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มในหลายจังหวัดสูงไม่เกิน 3.20 บาท/ฟอง บางจังหวัดราคาลดลงมาเหลือ 3.15 บาท/ฟอง ซึ่งกระทรวงจะติดตามภาวะราคาไข่ไก่อย่างใกล้ชิด แม้ว่าราคาไข่ไก่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ การตรวจสอบต้นทุนราคาไข่ไก่ ณ เดือน มิ.ย. พบว่าราคาต้นทุนไข่ไก่คละหน้าฟาร์มของเกษตรกรอยู่ที่ 2.86 บาท/ฟอง โดยเกษตรกรยังถือว่ามีกำไรจากราคาไข่ไก่ในขณะนี้อยู่ แต่คณะกรรมการนโยบายไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) ได้กำหนดระดับความเสี่ยงหากราคาไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 5% ของต้นทุน ก็จะนำมาตรการออกมาใช้เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค n
กสทช.สอบใหม่โปร 3 จี
กสทช.เผยผลเรียกค่ายมือถือ 2 ค่ายเข้าพบ ยันลดค่าบริการลง 15% จี้ให้ส่งรายละเอียดโปรใหม่ในสัปดาห์นี้
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ผลการเรียกผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ทั้งบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (เอดับบลิวเอ็น) ในกลุ่มบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ ในกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น มาหารือที่สำนักงาน กสทช. เพื่อให้ลดค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ลง 15% โดยทั้งสองบริษัทยืนยันว่าลดค่าบริการลง 15% แล้ว แต่การตรวจสอบอาจมีข้อคลาดเคลื่อน
ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. จึงสั่งให้ทั้งสองบริษัทชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดมาให้ กสทช.ภายในสัปดาห์นี้ หลังจากนั้นจะตรวจสอบโปรโมชัน และเรียกผู้ประกอบการเข้ามาหารืออีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อให้การกำหนดราคาค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เป็นไปตามข้อกำหนดของ กสทช.ที่ต้องลดค่าบริการลง 15%
สำหรับ บริษัท เอดับบลิวเอ็น ระบุว่า มีโปรโมชัน 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 290 โปรโมชัน แต่สำนักงาน กสทช.ตรวจสอบเพียง 108 โปรโมชันเท่านั้น รวมทั้งเอไอเอสมีบริการ 3จี ที่ให้บริการอยู่บนคลื่นความถี่ทั้ง 900 เมกะเฮิรตซ์เดิม และคลื่นความถี่ใหม่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ด้วย
ขณะเดียวกัน บริษัท เอดับบลิวเอ็น ได้ลดค่าบริการที่ย้ายจาก 2 จี มา 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ เพิ่มอีก 4 โปรโมชั่น ได้แก่ โปร 399 บาท เหลือ 339 บาท , โปร 599 บาท เหลือ 509 บาท , โปร 799 บาท เหลือ 679 บาท และโปร 999 บาทเหลือ 849 บาท จากก่อนหน้านี้ลดไปแล้ว 2 โปรโมชั่น ได้แก่ คุยสะใจ และโทรสะใจ
ทางด้าน บริษัท เรียลฟิวเจอร์ มีโปรโมชั่น 3 จี คลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซ และ 3 จี คลื่น 850 เมกะเฮิร์ตซ เนื่องจากบนหน้าเว็บไซต์ได้ขึ้นโปรโมชั่นในแบรนด์ ทรูมูฟ เอช ทำให้การตรวจสอบมีความคลาดเคลื่อนได้ จึงสั่งการให้แยกโปรโมชั่นให้ชัดเจน โดย บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ มีโปรโมชั่น 3 จี ที่ลดราคาจากค่าบริการ 2 จีจำนวน 3 โปรโมชั่นได้แก่ โปรโมชั่นเดิม 399 บาท ลดราคาเหลือ 340 บาท , โปรโมชั่นเดิม 599 บาท ลดลงเหลือ 510 บาท และโปรโมชั่นเดิม 899 บาท ลดลงเหลือ 765 บาท
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สำนักงาน กสทช. ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หลังเปิดให้บริการมาครบ 1 เดือนพบว่า บริษัท เอดับบลิวเอ็น ลดแค่เฉพาะบริการเสียงไม่น้อยกว่า 15% ส่วน บริษัท เรียลฟิวเจอร์ ยังไม่ปรับลดค่าบริการอย่างน้อย 15%ทั้งค่าบริการทั้งประเภทเสียง ไม่ใช่ประเภทเสียง ข้อความเอสเอ็มเอส เอ็มเอ็มเอส และอินเทอร์เน็ต







