
สินทรัพย์ญวนราคาร่วงโอกาสไทยไล่ซื้อกิจการ
แบงก์กรุงเทพสะกิดนักธุรกิจไทยรีบบุกซื้อกิจการในเวียดนามก่อนราคาสินทรัพย์ทะยาน
แบงก์กรุงเทพสะกิดนักธุรกิจไทยรีบบุกซื้อกิจการในเวียดนามก่อนราคาสินทรัพย์ทะยาน
นายธาราบดี ซึ้งอดิชัยวิทย์ ผู้จัดการทั่วไป ธนาคารกรุงเทพ สาขาประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า นักธุรกิจไทยที่มีแผนจะเข้าซื้อกิจการหรือขยายฐานการผลิตเข้าไปยังประเทศเวียดนามควรฉวยโอกาสในช่วงนี้ที่ราคาสินทรัพย์ส่วนใหญ่ในเวียดนามปรับตัวลดลงมาราว 30% จากปัญหาหนี้เสียในระบบธนาคารที่สูงถึง 8% เข้าไปลงทุนซื้อกิจการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพราะนี่คือช่วงที่ราคาต่ำสุด
อย่างไรก็ตาม ธนาคารเชื่อว่าภาวะที่เหมาะแก่การเข้าซื้อกิจการนี้จะคงอยู่ไม่นาน เพราะปัจจุบันรัฐบาลเวียดนามได้จัดตั้ง บริษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ ทำให้คาดว่าหนี้เสียในระบบของเวียดนามปีนี้จะลดลงมาอยู่ที่ 45% ใกล้เคียงระดับเป้าหมายที่ 3% ของรัฐบาลและทำให้ระบบธนาคารกลับเข้าสู่กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกครั้ง
“เรามองว่าเศรษฐกิจเวียดนามผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ยิ่งถ้าระบบแบงก์เขากลับมาเดินได้ปกติเศรษฐกิจจะเริ่มทะยานได้อีกครั้ง ราคาสินทรัพย์จะเพิ่มขึ้น ช่วงนี้จึงเป็นโอกาสทองของธุรกิจไทยที่มีศักยภาพที่จะเข้าไป” นายธาราบดี กล่าว
นายธาราบดี กล่าวว่า ขณะนี้เวียดนามกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวันค่อนข้างมาก โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่นที่มีมูลค่าการลงทุนโดยตรงในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ถึง 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเม็ดเงินลงทุนรวม 1.2-1.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ญี่ปุ่นแซงหน้าไต้หวันขึ้นมาเป็นนักลงทุนต่างชาติอันดับหนึ่ง
ขณะที่ธุรกิจไทยปัจจุบันยังมีเม็ดเงินลงทุนรวมกันเพียง 5,000-6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ในอันดับ 10
“ธุรกิจที่เหมาะจะเข้าไปลงทุนในเวียดนามคือธุรกิจที่กำลังมองหาแหล่งทรัพยากรใหม่ เช่น ทรัพยากรทางทะเล ธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุนพลังงานและค่าแรง เพราะค่าแรงและค่าไฟเขาถูกกว่าไทยและธุรกิจที่ต้องการขยายตลาดใหม่ เพราะเวียดนามมีจำนวนประชากรถึง 90 ล้านคน” นายธาราบดี กล่าว
ปัจจุบัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาเวียดนาม มีฐานสินเชื่อรวม 2 หมื่นล้านบาท มีระดับหนี้เสีย 2% โดยตั้งเป้าเติบโตในปีนี้ราว 5-10% หรือ 2,000 ล้านบาท จากการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าผู้ผลิตเพื่อการส่งออก







