
รัฐสะดุดขาขาดทุนข้าว 2 แสนล้าน
ตัวเลขการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว 2.6 แสนล้านบาท ที่กำลังเป็นประเด็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ไปทั่วบ้านทั่วเมือง
โดย...ทีมข่าวพาณิชย์
ตัวเลขการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว 2.6 แสนล้านบาท ที่กำลังเป็นประเด็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ไปทั่วบ้านทั่วเมือง จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปตัวเลขโครงการรับจำนำข้าวภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าขาดทุนไปเท่าไหร่กันแน่
แม้ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการลดกระแสความร้อนแรงด้วยการมอบหมายให้ วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ประสานและรวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงานมาเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว
ข่าวความแตกแยกระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องข้าวของรัฐบาล ระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง จึงมีให้เห็นออกมาเป็นระยะ โดยเฉพาะประเด็นการใช้เงินในโครงการรับจำนำทั้ง 3 ฤดูกาล ซึ่งมีการใช้เงินไปแล้ว 6.06 แสนล้านบาท
วงเงินในการใช้รับจำนำที่สูงถึง 6.06 แสนล้านบาท ภายใต้งบประมาณที่จำกัด คือ 5 แสนล้านบาท ตามมติ ครม. ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้รับผิดชอบ จึงต้องเร่งให้กระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวสารในสต๊อกให้ได้ตามแผน เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าวต่อ
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการรับจำนำข้าวแบบทุกเมล็ดในราคาที่สูงนำตลาดเกิน 40% กำลังกลายเป็นหอกทิ่มแทงกลับมายังรัฐบาล แม้จะได้ฐานเสียงจากชาวนา เพราะปริมาณข้าวที่เข้ามาในสต๊อกรัฐบาลมีมากถึง 40 ล้านตันข้าวเปลือก หรือคิดเป็นข้าวสาร 20 ล้านตัน กดดันให้ราคาข้าวในตลาดไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้น และอาจกลายเป็นสาเหตุทำให้โครงการรับจำนำข้าวขาดทุนมหาศาลได้
เห็นได้จากตัวเลขประมาณการขาดทุนที่คณะกรรมการปิดบัญชีสินค้าเกษตรของกระทรวงการคลังจัดทำออกมา ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงระหว่างตัวเลขคาดการณ์ขาดทุนของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ และตัวเลขขาดทุนของกระทรวงพาณิชย์ ในโครงการรับจำนำข้าวฤดูกาล 2554/2555 พบว่าตัวเลขขาดทุนแตกต่างกันมากถึง 1 แสนล้านบาท
ภายใต้หลักวิธีการคิดคำนวณที่ไม่สอดคล้องกัน โดยคณะกรรมการปิดบัญชีฯ ได้คำนวณต้นทุนรายได้และสินค้าคงเหลือจากราคาตลาดต่ำสุด ณ วันที่ปิดบัญชี ขณะที่กระทรวงพาณิชย์กลับนำต้นทุนรับจำนำข้าวมาใช้คำนวณก็เพื่อลดกระแสวิจารณ์ตัวเลขขาดทุน 2.6 แสนล้านบาท ให้จบไปเท่านั้น
เพราะหากคำนวณตามหลักบัญชีซื้อมาขายไปที่แท้จริง ผ่านการระบายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในสัญญาซื้อขายไปแล้ว 7.3 ล้านตัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์สามารถส่งเงินคืนกระทรวงการคลัง 1.2 แสนล้านบาท พบว่าราคาข้าวที่ขายได้จะเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 1.6 หมื่นบาท ขณะที่ต้นทุนข้าวสารรับจำนำมาอยู่ที่ตันละ 2.5 หมื่นบาท หรือรัฐบาลขาดทุนตันละ 9,0001 หมื่นบาท ดังนั้นการขายข้าว 7.3 ล้านตัน รัฐบาลจะขาดทุน 7.3 หมื่นล้านบาท หากขายข้าวที่อยู่ในสต๊อกอีก 15 ล้านตันข้าวสาร จะขาดทุนไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท
ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ทำให้รัฐบาลส่งสัญญาณที่จะปรับลดราคาเพดานรับจำนำในโครงการรับจำนำฤดูกาลต่อไปเป็นระยะๆ ทั้งจากฝั่งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง เพื่อไม่ให้กระทบฐานะการคลังไปมากกว่านี้
โครงการรับจำนำข้าวจึงกลายเป็นปัญหาของประเทศ ซึ่งสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ควรลงมาสางปัญหานี้ด้วยตนเอง แม้ว่าการมอบหมายให้รองนายกฯ หรือ รมว.พาณิชย์ นั่งเป็นประธาน กขช.จะไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
แต่ด้วยการขาดทุนที่มากมหาศาล ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจึงไม่สามารถปัดความรับผิดชอบนี้ได้







