posttoday
พีดีเฮ้าส์รุกหนักภูธรปูฐานสร้างบ้านสู่อาเซียน

พีดีเฮ้าส์รุกหนักภูธรปูฐานสร้างบ้านสู่อาเซียน

17 มิถุนายน 2556

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

ธุรกิจรับสร้างบ้านเติบโตขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีบริษัท พีดี เฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น หรือ ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป ในยุคเริ่มต้นเป็นหนึ่งในหัวหอกที่ช่วยกรุยทางให้ธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมากขึ้นจากตลาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขยายไปสู่ตลาดใหญ่ในภูธรที่วันนี้พีดีเฮ้าส์ปักธงสาขาทั่วไทยไปแล้ว 3-4 สาขา และจะเพิ่มเป็น 38 สาขาในปลายปีนี้

สิทธิพร สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พีดี เฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น มองว่า ตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก ลูกค้าที่มีกำลังซื้อมีอยู่มาก แต่ที่ผ่านมาบริการรับสร้างบ้านยังไปไม่ถึง ตลาดจึงยังไม่เกิด เมื่อพีดี เฮ้าส์ เข้าไปเสนอบริการที่มีลูกค้าที่ต้องการอยู่แล้ว ทำให้มีการขยายตัวที่ชัดเจน ดูจากยอดขายในครึ่งปีนี้ เป็นต่างจังหวัด 78% ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 22%

“นักธุรกิจในต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับธุรกิจเกษตรเป็นหลัก คนกลุ่มนี้มีกำลังซื้ออยู่แล้ว แต่ในพื้นที่ยังไม่มีบริการรับสร้างบ้าน เมื่อบริษัทขยายตลาดไปในต่างจังหวัด ทำให้เกิดการขยายตัวที่ชัดเจน บริษัทมีลูกค้าที่เป็นเจ้าของโรงสีอยู่ 3-4 ราย สร้างบ้านเฉลี่ยราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และลูกค้าที่สร้างบ้านส่วนใหญ่ยังใช้เงินสด” สิทธิพร กล่าว

ส่วนในกทม. และปริมณฑล ตลาดตกลงไปตั้งแต่น้ำท่วมในปลายปี 2554 ผู้บริโภคเพิ่งเริ่มจะฟื้นความมั่นใจได้ในปลายปี 2555 เมื่อเห็นแล้วว่า น้ำไม่ท่วม ในปีนี้บริษัทจึงจะกลับมาทำตลาดในกทม.และปริมณฑลอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และภาวะเงินไหลออกจากตลาดหุ้นอาจกระทบคนกลุ่มหนึ่งที่จะชะลอการตัดสินใจ ตลาดกทม.และปริมณฑลที่จะเกี่ยวพันกับคนกลุ่มนี้จึงค่อนข้างจะเหนื่อยอยู่

ตลาดรวมในครึ่งปีแรกยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะตลาดในต่างจังหวัดที่ขยายตัวได้ดี โดยประเมินว่าน่าจะเติบโตได้ถึง 30% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่เป็นการเติบโตที่มาจากฐานที่ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากในครึ่งแรกของปีที่แล้วตลาดยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ขณะที่ภาพรวมทั้งปีน่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 15% แต่จะมากเท่าไหร่นั้น ต้องดูตัวเลขชัดอีกทีหลังผ่านครึ่งปีไปแล้ว

สำหรับครึ่งปีแรกของ พีดี เฮ้าส์ มียอดขายรวมประมาณ 600 ล้านบาท ขณะที่เป้าทั้งปีอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท ถ้านับครึ่งปีที่ 700 ล้านบาท ก็ยังถือว่า พีดี เฮ้าส์ ทำยอดขายได้ต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย สิทธิพร ให้เหตุผลว่า ยอดขายหลักจะอยู่ในช่วงไฮซีซันครึ่งปีหลัง ที่น่าจะทำยอดขายได้ดีกว่าในช่วงครึ่งปี และจากการที่บริษัทจะมีสาขาใหม่เพิ่มอีก 4 สาขา เป้ายอดขาย 1,400 ล้านบาท จึงไม่น่ามีปัญหา

แต่ที่ยังคงมีปัญหายืดเยื้อ คือ ปัญหาแรงงานที่ขาดแคลน กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ในธุรกิจขณะนี้ เพราะแม้ว่าจะมีความต้องการสร้างบ้าน แต่ผู้ประกอบการไม่สามารถผลิตได้ เพราะแรงงานขาด ตลาดก็ขยายตัวไม่ได้ตามดีมานด์ที่เกิดขึ้น ทางออกคือ การพึ่งพาเทคโนโลยีการก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูปเข้ามาแก้ปัญหา เพื่อลดการใช้แรงงาน และก่อสร้างได้เร็วขึ้น

“บริษัทได้ปรับตัวมาก่อนหน้า โดยเริ่มนำระบบก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูป แบบนำโครงสร้างเสาคานพื้นสำเร็จรูปที่เรียกว่า MLS (Multijoint Lock System) มาใช้ในการสร้างบ้าน ข้อดีของ MLS คือ ลดระยะเวลาก่อสร้าง ใช้แรงงานจำนวนน้อยกว่า แต่ก็มีจุดอ่อนคือ มีต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งสูงกว่า ทำให้เสียเปรียบคู่แข่งที่เน้นราคาต่ำ” สิทธิพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่ง บริษัทก็อยู่ระหว่างศึกษาเทคโนโลยีก่อสร้างระบบสำเร็จรูปของอิตาลีมาแล้วกว่า 2 ปี เป็นเทคโนโลยีก่อสร้างสำเร็จรูปพร้อมๆ กับการลดความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้านด้วยการนำโฟมชนิดพิเศษมาเป็นชนวนในผนังบ้าน แต่ติดตรงที่ บริษัทไม่ต้องการที่จะลงทุนเอง เพราะไม่ต้องการทำธุรกิจ 2 ฝั่ง จึงเสนอแนะให้ซัพพลายเออร์เข้ามาลงทุนโดยที่บริษัทเป็นผู้รับซื้อทั้งหมด ขณะนี้ซัพพลายเออร์อยู่ระหว่างเข้ามาศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน

อีกหนึ่งภารกิจที่ พีดี เฮ้าส์ กำลังทำอยู่คือการขยายตลาดในเมืองชายแดน ซึ่งเป็นหนึ่งยุทธศาสตร์ที่จะก้าวไปสู่ตลาดในอาเซียนของ พีดี เฮ้าส์ หลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 สิทธิพร เดินสายไปยังจังหวัดชายแดนหลายจังหวัด มองเห็นช่องทางที่จะไปขยายสาขาเพิ่มอยู่หลายพื้นที่ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในเมืองที่มีร้านวัสดุโมเดิร์นเทรดไปเปิดอยู่แล้ว “หลายเมืองมีเศรษฐกิจที่คึกคักอยู่แล้ว ถ้ามีร้านวัสดุที่เป็นโมเดิร์นเทรดเข้าไปเปิดแล้ว ก็ยิ่งให้การขยายตลาดรับสร้างบ้านไปได้ง่ายขึ้นในการบริหารต้นทุนเมืองที่พร้อม สำหรับเมืองที่มีศักยภาพที่พร้อมสำหรับการขยายตลาดรับสร้างบ้านในขณะนี้ ก็มีที่สะเดา แม่สาย แม่สอด โรงเกลือ ช่องเม็ค เป็นต้น” สิทธิพรกล่าวปิดท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท