
พณ.เผยค่าเงินทำส่งออกเจ๊ง5เดือนรวม181ราย
ธุรกิจส่งออกเจ๊งค่าบาทเดือนพ.ค. 54 ราย รวม 5 เดือนปิดกิจการแล้ว 181 ราย “พาณิชย์” ยันไม่ห่วงเหตุมิ.ย.ค่าบาทอ่อนค่าแล้ว
ธุรกิจส่งออกเจ๊งค่าบาทเดือนพ.ค. 54 ราย รวม 5 เดือนปิดกิจการแล้ว 181 ราย “พาณิชย์” ยันไม่ห่วงเหตุมิ.ย.ค่าบาทอ่อนค่าแล้ว
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในเดือนพ.ค. 2556 มีนิติบุคคลที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกจดทะเบียนเลิกกิจการเพิ่มขึ้นอีก 54 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ยอดธุรกิจส่งออกที่จดทะเบียนเลิกในช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) 2556 รวมจำนวน 181 ราย ซึ่งธุรกิจที่เลิกกิจการส่วนใหญ่เป็นธุรกิจส่งออกสินค้าแร่และโลหะ ธุรกิจส่งออกอุปกรณ์บริการ ธุรกิจส่งออกเครื่องจักร และธุรกิจส่งออกสินค้าเบ็ดเตล็ด
ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีการจดทะเบียนเลิกกิจการในส่วนของธุรกิจส่งออกเพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะการข้อมูลการจดทะเบียนเลิกเป็นช่วงเดือนพ.ค.ที่ค่าเงินบาทยังมีปัญหา แต่หลังเดือนมิ.ย. ซึ่งค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่า ทำให้การธุรกิจส่งออกในเดือนมิ.ย.จะมีการจดทะเบียนเลิกลดลง ในขณะที่ธุรกิจส่งออกจัดตั้งใหม่ยังมียอดจัดตั้งเพิ่มขึ้นในระดับปกติ โดยพ.ค.มีธุรกิจส่งออกจัดตั้ง 284 ราย รวม 5 เดือน มีธุรกิจส่งออกจัดตั้งใหม่ 1,520 ราย หรือยังในสัดส่วน 8 ต่อ 1 ของการธุรกิจส่งออกจัดตั้งใหม่และเลิกกิจการ
สำหรับตัวเลขการจดทะเบียนนิติบุคคลในภาพรวมเดือนพ.ค. 2556 พบว่า มียอดการจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ทั่วประเทศจำนวน 6,175 ราย เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค. 2555 ซึ่งมีจำนวน 4,906 ราย ส่งผลให้ยอดนิติบุคคลตั้งใหม่ช่วง 5 เดือนมีจำนวน 3.06 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 21% ส่วนนิติบุคคลเลิกทั่วประเทศในเดือนพ.ค.2556 มีจำนวน 827 ราย ลดลง 13% เทียบกับพ.ค. 2555 หรือลดลง 121 ราย ส่งผลให้การจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลทั่วประเทศมีจำนวน 4,221 ราย ลดลง 7%
อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนตั้งใหม่ในเดือนพ.ค. ธุรกิจที่ตั้งใหม่สูงสุด ได้แก่ บริการนันทนาการ ซึ่งมีการตั้งใหม่แซงธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ที่ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีการตั้งใหม่สูงสุดอันดับ 1 มาโดยตลอด แต่พอไปตรวจสอบลงลึก ก็พบว่าเป็นการจดตั้งใหม่ของธุรกิจค้าฉลากกินแบ่งรัฐบาล ส่วนอันดับรองลงมา ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ ขายส่งเครื่องจักร และขายส่งสินค้าเภสัชกรรม
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การจดทะเบียนตั้งใหม่ที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ประกาศจีดีพีไตรมาส 1 โต 5.3% และยังเป็นเพราะนโยบายรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการลดดอกเบี้ยจาก 2.75% ลงเหลือ 2.5% และยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) อื่นๆ อีกมาก ซึ่งเชื่อว่าจะผลักดันให้เศรษฐกิจในไตรมาส 2 ขยายตัวได้ต่อเนื่อง”
ขณะที่ยอดจดทะเบียนปัจจุบัน ณ วันที่ 31 พ.ค.2556 มีห้างหุ้นส่วนบริษัทจำกัดดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศจำนวน 5.51 แสนราย มีทุนจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 10.81 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 3.75 แสนราย ราย บริษัทมหาชนจำกัด 1,011 ราย และห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 1.74 แสนราย







