
ได้ฤกษ์ลุยทวายตั้งบริษัทร่วมทุน คุมงานสัมปทาน
“ไทยพม่า” ได้ฤกษ์ลงนามตั้ง เอสพีวีดีอีแซ็ด ลุยทวายโปรเจกต์ 2.13 แสนล้านบาท
“ไทยพม่า” ได้ฤกษ์ลงนามตั้ง เอสพีวีดีอีแซ็ด ลุยทวายโปรเจกต์ 2.13 แสนล้านบาท
นายอรรคศิริ บุรณศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์กรมหาชน) สพพ. หรือเนด้า เปิดเผยว่า คณะทำงานร่วมระหว่างไทยและพม่า เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง หรือ JCC ได้ประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อสรุปข้อมูลของโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย และจะมีการลงนามเพื่อจัดตั้ง บริษัท ทวาย ดีอีแซ็ด ในวันที่ 17 มิ.ย.นี้
นายอรรคศิริ ชี้แจงว่า บริษัท ทวาย ดีอีแซ็ด จะเป็นการร่วมทุนระหว่างไทยพม่า ในสัดส่วน 50 : 50 ทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 100 ล้านบาท บริษัทนี้จะมีรูปแบบเป็น Special Purpose Vehicle หรือเอสพีวี มี 2 ส่วน คือ ส่วนที่ตั้งอยู่ในไทย ชื่อ ทวาย ดีอีแซ็ด มีกรรมการฝั่งไทย 3 คน พม่า 3 คน ไม่รวมซีอีโอและซีเอฟโอกับนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นที่ประเทศพม่า จะชื่อ ดีอีแซ็ด 2
ขั้นตอนหลังจากจัดตั้งบริษัทเรียบร้อยแล้ว จะว่าจ้างที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อเข้ามาดูค่าสัมปทานในโครงการทั้งหมด ซึ่งเอสพีวีกับบริษัทที่ปรึกษาจะต้องกำหนดค่าสัมปทานที่ควรได้รับ ซึ่งจะแตกต่างกันตามลักษณะของงาน เช่น ผู้ที่ลงทุนสร้างถนน ก็อาจจ่ายค่าสัมปทานน้อยกว่าผู้ที่เข้ามาลงทุนสร้างท่าเรือน้ำลึก เพราะกลุ่มนี้จะมีรายได้จากค่าจอดเรือ หรือกลุ่มที่เข้ามาลงทุนด้านระบบไฟฟ้า ก็ต้องเสียค่าสัมปทานมากกว่า
นอกจากนี้ บริษัทที่ปรึกษาจะต้องเข้าไปสำรวจโครงการที่ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ได้ลงทุนไปก่อนหน้าว่ามีอะไรบ้างและมีมูลค่าเท่าไร เพื่อคำนวณวงเงินที่จะต้องชดเชยให้อิตาเลียนไทยที่ลงทุนไปก่อนหน้า แต่การชดเชยจะต้องมีความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่ายด้วย
ขณะเดียวกันบริษัทที่ปรึกษาจะต้องมีการประเมินมูลค่าโครงการในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย 7 โครงการ คือ1.ท่าเรือน้ำลึก 2.ถนนเชื่อมโยงพื้นที่โครงการกับชายแดนบ้านพุน้ำร้อน ระยะทาง120130 กิโลเมตร 3.นิคมอุตสาหกรรม
4.ระบบไฟฟ้า 5.ระบบน้ำ 6.ระบบโทรคมนาคม และ 7.โครงการที่พักอาศัยของพนักงานประชาชนและศูนย์การค้า ซึ่งคาดว่ามีมูลค่ารวมทั้งโครงการไม่น้อยกว่า 2.13 แสนล้านบาท และวางแผนโรดโชว์โครงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายให้แก่นักลงทุนทั่วโลกที่สนใจเข้ามาร่วมลงทุนในรูปแบบสัมปทาน







