
ธปท.แทรกแซงค่าเงินบาท
สถานการณ์ค่าเงินบาทของไทยผันผวนและอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเพราะการไหลออกของเงินต่างชาติในตลาดหุ้นและตราสารหนี้ค่าเงินบาทอ่อนลงไป
สถานการณ์ค่าเงินบาทของไทยผันผวนและอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเพราะการไหลออกของเงินต่างชาติในตลาดหุ้นและตราสารหนี้ค่าเงินบาทอ่อนลงไปทดสอบ 31.18 บาท/เหรียญสหรัฐช่วงต้นสัปดาห์ โดยอ่อนค่าที่สุดในรอบ 9 เดือน ก่อนที่จะกลับมาแข็งค่าปิดตลาด วันที่ 14 มิ.ย. ที่ระดับ 30.55/58 บาท/เหรียญสหรัฐ ระหว่างวันเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นไปทดสอบในระดับ 30.45 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยเงินทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาลงทุนในหุ้นและตลาดพันธบัตร
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ธปท.ได้เข้าไปแทรกแซงขายเงินเหรียญสหรัฐเพื่อไม่ให้ค่าเงินผันผวนเกินไป
ในขณะที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้กำชับให้ ธปท.ติดตามดูแลค่าเงินอย่างใกล้ชิดไม่ให้กระทบผู้นำเข้า
ค่าเงินบาทที่ผันผวนมีการอ่อนและแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งได้ทบทวนเป้าหมายค่าเงินบาทใหม่
นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารจะปรับประมาณการค่าเงินบาทใหม่จากเดิมคาดว่าปลายปีจะอยู่ที่ 28.50 บาท/เหรียญสหรัฐ แต่ปัจจุบันอ่อนค่ามากกว่าที่ประเมินไว้ ทั้งนี้จะติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 1819 มิ.ย.นี้ ว่าจะมีความชัดเจนในมาตรการคิวอีอย่างไร
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับตัวเลขค่าเงินบาทปีนี้ใหม่ คาดว่าจะอยู่ที่ 29.50 บาท/เหรียญสหรัฐ เนื่องจากสถานการณ์ในตลาดต่างประเทศเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด หลังจากมีข่าวว่าเฟดจะหยุดมาตรการคิวอีก่อนกำหนด ทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าทันที เงินในเอเชียอ่อนค่า
จับตาผลการประชุมเฟด
ตลาดการเงินได้จับตาผลการประชุมของเฟดในวันที่ 18-19 มิ.ย.นี้ ซึ่งตามเวลาประเทศไทยกว่าจะรับรู้ข่าวนี้คือเช้าวันที่ 20 มิ.ย.ว่าจะต่ออายุมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) หรือไม่ เพราะกำหนดการในการลดคิวอีปีนี้หรือปีหน้าจะเป็นตัวกำหนดเงินทุนไหลเข้าออกที่จะส่งผลต่อความผันผวนของค่าเงินบาท/เหรียญสหรัฐ
ธปท.หารือแบงก์เรื่องดอกเบี้ย
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้ ธปท.อาจจะมีการหารือกับผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ถึงสาเหตุที่ยังไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ลงได้ หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรืออัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตรอายุ 1 วันลง 0.25% เมื่อวันที่ 29 พ.ค. โดยระบุว่า ธปท.ขอทราบเหตุผลที่ชัดเจนถึงปัจจัยที่ทำให้ยังไม่สามารถลดอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ได้
ทั้งนี้ จากการสำรวจความเคลื่อนไหวล่าสุดของธนาคารพาณิชย์ พบว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ยกเว้นธนาคารกรุงเทพ ได้ทยอยปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากในกลุ่มลูกค้านิติบุคคลอย่างต่อเนื่องและยังคงไม่ส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงแต่อย่างใด ในขณะที่ธนาคารของรัฐเล็งลดดอกเบี้ยลง
ฟองสบู่อสังหาฯ เบาบาง
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้คลายความกังวลปัญหาฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ โดย ธปท.ได้รายงานภาวะภาคอสังหาริมทรัพย์ในเดือน เม.ย. ว่า ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลชะลอลงบ้าง โดยความต้องการที่อยู่อาศัยในเดือนนี้มีสัญญาณชะลอตัว สะท้อนจากจำนวนที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อใหม่จากธนาคารพาณิชย์ในเขตดังกล่าวรวมอยู่ที่ 4,394 ยูนิต หรือ 2.7% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ลดลง 2,148 ยูนิต ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธนาคารพาณิชย์เริ่มระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
ดอกเบี้ยโครงการน้ำ 3.5 แสนล.
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อมาลงทุนโครงการน้ำของรัฐบาลขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองดอกเบี้ย คาดว่าได้ข้อสรุปพร้อมเสนอเข้า ครม. วันที่ 18 มิ.ย.นี้ และหลังจากนั้นจะเตรียมลงนามกับสถาบันการเงินต่างๆ ที่ประมูลพันธบัตรได้ เพื่อให้ทันก่อนสิ้นเดือน มิ.ย.นี้
ทั้งนี้ การกู้เงินครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่มีการกู้เงินทีเดียวถึง 3.5 แสนล้านบาท เพื่อเตรียมไว้ใช้ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยจะกู้แบบ Term Loan ส่วนการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ยังอยู่ระหว่างการแปรญัตติในสภา คาดว่าจะเริ่มใช้เงินจริงๆ ปีหน้า
ธนาคารโลกยันไทยเสี่ยง
ธนาคารโลกออกโรงเตือนว่า เศรษฐกิจเกิดใหม่บางประเทศที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วนั้น กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงของการเติบโตที่ร้อนแรงเกินไป และควรจะมีความเข้มงวดในนโยบายทางการเงินและนโยบายด้านงบประมาณมากขึ้น แอนดริว เบิร์น ผู้เขียนรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของธนาคารโลก ระบุว่า ประเทศในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม โคลัมเบีย เอกวาดอร์ และกานา ซึ่งต่างมีเศรษฐกิจที่เติบโตรวดเร็ว แต่ไม่ยั่งยืน ซึ่งเห็นได้จากแรงกดดันของภาวะเงินเฟ้อที่ก่อตัวขึ้น และเกิดฟองสบู่ในราคาสินทรัพย์
ห่วงหนี้ครัวเรือน
ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประชุมร่วมกับคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมยังเห็นว่าภาวะหนี้ครัวเรือน ที่อยู่ในระดับสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิดซึ่งที่ประชุมได้หารือถึงภาพรวมเศรษฐกิจการเงินไทยซึ่งเห็นว่ายังมีเสถียรภาพ เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัว แม้จะชะลอลงในไตรมาส 1/2556







