
6สัญญาณถึงเวลาแล้วจะขยายกิจการ(จบ)
ต่อจากฉบับที่แล้ว ที่ได้กล่าวถึงสัญญาณที่เป็นตัวบอกให้กับธุรกิจว่าถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจควรขยายกิจการ วันนี้จะขอกล่าวต่ออีก 2 สัญญาณที่เหลือ
ต่อจากฉบับที่แล้ว ที่ได้กล่าวถึงสัญญาณที่เป็นตัวบอกให้กับธุรกิจว่าถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจควรขยายกิจการ วันนี้จะขอกล่าวต่ออีก 2 สัญญาณที่เหลือ เพื่อเป็น Check list ให้ท่านเพื่อเตรียมความพร้อมหากธุรกิจของท่านจะก้าวสู่การเติบโตในขั้นต่อไป
5.หากสำเร็จล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ กิจการจะอยู่ได้หรือไม่ แม้เราจะดำเนินการตามแผนธุรกิจที่วางไว้ตั้งแต่ต้นทุกประการ แต่ก็ไม่สามารถคาดคะเนสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน เพราะการประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จยังขึ้นอยู่กับตลาด ซึ่งเราไม่สามารถควบคุมให้เป็นไปตามต้องการได้
ดังนั้นเราควรคิดล่วงหน้าก่อนว่า หากแผนธุรกิจที่วางไว้เกิดช้าหรือไม่เป็นไปตามแผนในเวลาที่คาดการณ์ไว้ เราจะสามารถประคองตัวให้อยู่รอดได้หรือไม่
6.ทั้งเราและลูกค้าจะได้ประโยชน์จากการขยายกิจการ หลีกเลี่ยงการผลักภาระให้ผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคาหากแน่ใจว่าเรามีทั้งหมดที่กล่าวมาในข้างต้นและแน่วแน่ที่จะทำ เราก็เตรียมตั้งเป้าหมายที่ได้รับจากการขยายธุรกิจได้เลย
ข้อควรระวัง คือ ไม่ควรตั้งเป้าหมายดังกล่าวไว้ลอยๆ แต่ควรมีการวางแผนการ “ปฏิบัติ” ควบคู่ไปด้วย และเมื่อได้แผนการปฏิบัติมาแล้วก็ควรวางแผนแบบทีละขั้นตอน รวมทั้งร่างออกมาให้เป็นรูปธรรมตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นไล่ไปจนถึงเมื่อประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เพื่อที่เราจะได้ยึดเป็นขั้นตอนปฏิบัติจริง
ในแต่ละขั้นตอนที่กำหนดไว้นั้นก็ควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจนด้วย เช่น กิจการที่ขยายจะมีขนาดเท่าใด ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในแต่ละขั้นตอนเท่าไร เมื่อไหร่จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เป็นต้น หลังจากนี้ก็คอยหยิบแผนการที่ได้ร่างไว้ขึ้นมาตรวจตราอยู่เสมอว่าเราได้ปฏิบัติตามมันหรือไม่ และมีอะไรที่ควรเพิ่มเติมแก้ไขอีกเพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักมองแต่สิ่งที่ตนเองจะได้รับจากการขยายกิจการมากกว่าการสามารถทำอะไรเพิ่มเติมให้กับลูกค้าได้ ทั้งที่ลูกค้าคือหุ้นส่วนทางธุรกิจที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าหากไม่มีพวกเขาแล้วใครจะซื้อสินค้าและบริการของเรา
ฉะนั้นนอกจากการคำนึงถึงความก้าวหน้าของกิจการแล้ว เราควรตระหนักด้วยว่า การขยายกิจการจะทำประโยชน์อะไรเพิ่มให้ลูกค้าบ้าง เช่น สินค้ามีคุณภาพมากขึ้นจากเครื่องจักรที่ทันสมัย การส่งเสริมการตลาดที่น่าสนใจ การสั่งซื้อสะดวกยิ่งขึ้น
สิ่งที่ควรคำนึงถึงอีกประการหนึ่งก็คือ แม้การขยายกิจการจะต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก แต่เราควรหลีกเลี่ยงการผลักภาระให้ผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคา เพราะถ้าหากสินค้าไม่ได้ทำประโยชน์มากขึ้นตามราคาแล้ว ผู้บริโภคอาจหันไปซื้อสินค้าและบริการจากคู่แข่งที่ตอบโจทย์ได้ไม่แพ้กันแทน
ผลที่ตามมาจากการขยายบริษัทก็คือภาระที่มากขึ้น การขยายกิจการอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกใจเจ้าของกิจการไปเสียทุกคน มีหลายคนที่คุณสมบัติเข้าเกณฑ์ที่จะสามารถขยายกิจการได้ แต่ก็ปฏิเสธจะขยายกิจการเพราะไม่อยากรับภาระมากขึ้น
ทั้งนี้มีคนเปรียบว่าธุรกิจเหมือนกับต้นไม้ตรงที่ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างในการเจริญเติบโต แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือ ขนาดของต้นไม้จะถูกจำกัดด้วยพันธุ์ แต่ขนาดของธุรกิจไม่ได้ถูกจำกัดด้วยอะไร ดังนั้นธุรกิจของเราจะเป็นธุรกิจใหญ่ยักษ์หรือจิ๋วแต่แจ๋ว จึงขึ้นอยู่กับ “เรา” ซึ่งเป็นผู้หมั่นรดน้ำพรวนดินเองหากอยากเติบโต
แต่หากต้องการความเป็นส่วนตัวอย่างผู้ประกอบการธุรกิจแบบโฮมออฟฟิศทั่วไป รวมไปถึงไม่ต้องการให้ภาระที่เพิ่มขึ้นมาจากการที่ต้องดูแลองค์กรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เราอาจเลือกเจริญเติบโตในขนาดธุรกิจเดิมก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น มีเจ้าของธุรกิจประชาสัมพันธ์อิสระแห่งหนึ่งต้องการขยายสำนักงานแบบโฮมออฟฟิศของตนให้เป็นบริษัทใหญ่ขึ้น
เมื่อไม่สามารถหาพื้นที่ที่เขาพึงพอใจและเหมาะสมกับการทำธุรกิจได้เสียที เขาจึงใช้วิธีขยายสายงานของตนโดยการทำโฮมออฟฟิศเหมือนเดิม แต่หันไปจับด้านการทำธุรกิจประชาสัมพันธ์ที่ต้องติดต่อผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งกำลังเป็นที่นิยมควบคู่ไปด้วย ทำให้เขาสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมากหลายเท่าตัว แม้จะไม่ได้จัดตั้งเป็นบริษัทใหญ่ตามที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก







