
ธปท.ชี้ศก.ยังมีเสถียรภาพ-ห่วงหนี้ครัวเรือน
กนง. และ กนส. ชี้เศรษฐกิจการเงินไทยยังมีเสถียรภาพ เตือนเงินทุนยังผันผวน จับตาการสินเชื่อบริโภคและหนี้ครัวเรือน
กนง. และ กนส. ชี้เศรษฐกิจการเงินไทยยังมีเสถียรภาพ เตือนเงินทุนยังผันผวน จับตาการสินเชื่อบริโภคและหนี้ครัวเรือน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานผลการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และ คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ว่า ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่าภาพรวมระบบเศรษฐกิจการเงินไทยมีเสถียรภาพ โดยเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ แม้จะชะลอลงในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา จากอุปสงค์ในประเทศชะลอ หลังจากที่เร่งตัวมากในช่วงก่อนหน้า เนื่องจากมีแรงส่งจากปัจจัยพื้นฐานที่อยู่ในเกณฑ์ดี
ขณะที่ภาคการส่งออกยังทรงตัวและขยายตัวช้า ตามทิศทางของเศรษฐกิจโลก อนึ่ง ตัวเลขส่งออกในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ยังขยายตัวได้ดีกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค อย่างไรก็ดี มีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(SME) บางส่วนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้แรงงานสูงและมีอัตรากำไรต่ำ ที่เคยได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ
ด้านตลาดการเงิน ที่ประชุมเห็นว่า การแข็งค่าของเงินบาทในช่วงต้นปีที่ผ่านมา สะท้อนการปรับตัวของค่าเงินบาทหลังจากค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาคแข็งค่าไปในปีก่อนแล้ว และเป็นผลจากเงินทุนไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตราสารหนี้ระยะยาว สะท้อนถึงความต้องการลงทุนที่แท้จริงในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี เงินทุนเคลื่อนย้ายยังมีแนวโน้มผันผวนและอาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินในระยะต่อไป จากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ถือเป็นปัจจัยที่จะสนับสนุนเงินทุนไหลเข้า
และตลาดการเงินที่ยังอ่อนไหวต่อข่าวสาร อาทิ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่ดีขึ้น ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการลดระดับสภาพคล่องในตลาดเร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เงินทุนไหลออกได้
สำหรับระบบธนาคารพาณิชย์ไทย ที่ประชุมมองว่า ยังมีความมั่นคง สินเชื่อขยายตัวต่อเนื่อง จากสินเชื่ออุปโภคบริโภคและ สินเชื่อ SME เป็นหลัก แม้จะเริ่มชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจบ้าง แต่คุณภาพสินเชื่อโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี เงินกองทุนและเงินสำรองหนี้เสียอยู่ในระดับสูง สามารถช่วยรองรับปัจจัยเสี่ยงและความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและระบบการเงิน ในอนาคตได้
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวและการแข่งขันที่สูงของสินเชื่ออุปโภคบริโภคและสินเชื่อ SME ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ยังต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นว่า ภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและเร่งขึ้นมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเป็น ปัจจัยเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าหนี้ครัวเรือนบางส่วนจะใช้ในการซื้อบ้านและสินทรัพย์ถาวร แต่ก็อาจทำให้สภาพคล่องทางการเงินของครัวเรือนลดลง และส่งผลให้ความสามารถใน การชำระหนี้อ่อนไหวต่อปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อย







