
เยือน "เนย์ปิดอว์"เมืองหลวงฝีมือพม่า
มีโอกาสไปพม่ามาแล้วหลายครั้ง และล่าสุดได้ไปเยือน “เนย์ปิดอว์” ครั้งแรกร่วมกับคณะของบริษัท พลังงานเพื่อโลกสีเขียว (ประเทศไทย)
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
มีโอกาสไปพม่ามาแล้วหลายครั้ง และล่าสุดได้ไปเยือน “เนย์ปิดอว์” ครั้งแรกร่วมกับคณะของบริษัท พลังงานเพื่อโลกสีเขียว (ประเทศไทย) หรือ กรีนเอิร์ท พาวเวอร์ ที่ไปลงนามบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู) กับกระทรวงพลังงานพม่า สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ แม้จะมีเวลาสั้นๆ 2 วัน 1 คืน แต่ก็ได้รู้จักเมืองหลวงของประเทศสุดฮอตในเวลานี้พอสมควร และอดสงสัยเช่นเดียวกับหลายคนที่ได้มาเยือนว่า เหตุใดรัฐบาลพม่าจึงเลือกที่นี่เป็นที่ตั้งเมืองหลวง
กรณีเนย์ปิดอว์นี้มีการวิเคราะห์กันว่า เกิดจากพม่าต้องการละทิ้งย่างกุ้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การเป็นอาณานิคมของอังกฤษ แต่ด้วยภูมิประเทศที่แห้งแล้ง ปริมาณฝนที่ตกแต่ละปีน้อยมาก อยู่ห่างทะเลและไม่มีแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน แตกต่างจากเมืองหลวงเก่าอื่นๆ ผู้คนอาศัยอยู่น้อย ทำให้มองภาพโอกาสในการลงทุนที่นี่ค่อนข้างลำบาก ชวนสงสัยว่าหรือรัฐบาลพม่าต้องการให้เนย์ปิดอว์เป็นเพียงเมืองหลวงที่ปลอดภัยจากการรุกรานทั้งทางน้ำและทางบก และสำหรับติดต่อราชการเท่านั้น
กรุงเนย์ปิดอว์ตั้งอยู่ในเขตเมืองเปียงมานา (Pyinmana) ทางตอนกลางของพม่า การเดินทางจากย่างกุ้งมาที่นี่ระยะทางกว่า 380 กม. เดินทางมาได้ทั้งทางเครื่องบินและรถยนต์ ซึ่งมีการตัดถนนไฮเวย์ 4 เลน เชื่อม 3 เมืองใหญ่ของประเทศ คือ ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และเนย์ปิดอว์ และครั้งนี้เป็นการเดินทางด้วยรถยนต์
แม้จะตัด “ไฮเวย์” เชื่อมเมืองสำคัญสะดวกกว่าในอดีต แต่ถนนก็ไม่ได้เรียบรื่นตลอด เป็นถนนคอนกรีตสลับกับลาดยางเป็นลูกคลื่นบ้าง เนื่องจากใช้แรงคนในการอัดดินทำถนน ไม่ได้ใช้เครื่องจักรเหมือนบ้านเรา
สังเกตว่ายังมีผู้คนใช้บริการ “ไฮเวย์” ค่อนข้างน้อย เห็นจากตลอดเส้นทางนานๆ จะมีรถสวน ส่วนใหญ่เป็นรถส่วนตัว ที่เป็นรถบัสนักท่องเที่ยวเรียกว่านับคันได้
ภูมิประเทศตลอดสองข้างทางค่อนข้างแห้งแล้ง แต่ละหมู่บ้านที่รถวิ่งผ่านตั้งอยู่ห่างกันมาก และตลอดระยะทางกว่า 380 กม. มีจุดพักรถรับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำและซื้อขนม ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเมืองไทย รับประทานได้เพียง 1 จุด รวมเวลาที่ใช้ในการเดินทางครั้งนี้ราว 5.30 ชม.
บรรยากาศของเนย์ปิดอว์ในช่วงเย็นวันที่ไปถึงค่อนข้างเงียบเหงา ส่วนหนึ่งเนื่องจากบริเวณที่ไปร่วมงานเอ็มโอยูอยู่ในโซนโรงแรมที่มีผู้อาศัยอยู่ไม่มาก โดยตามผังเมืองเนย์ปิดอว์จะมีอีก 3 โซน คือ โซนราชการ โซนอุตสาหกรรม และโซนทหาร แต่ก็สังเกตว่าแม้จะมีโรงแรมอยู่หลายแห่งแล้ว แต่ในโซนโรงแรมนี้ก็มีการก่อสร้างโรงแรมใหม่อีกจำนวนหนึ่งเช่นกัน
นอกจากโรงแรมที่กำลังก่อสร้างแล้ว อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือ โครงสร้างพื้นฐานของเมืองจะสามารถรองรับงานใหญ่แบบนี้ได้หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้าที่ยังมีปัญหาไฟตกอยู่บ่อยครั้งในตอนนี้
ก่อนกลับย่างกุ้ง มีโอกาสนั่งรถและแวะชมจุดสำคัญๆ ของเนย์ปิดอว์ เช่น อาคารรัฐสภาที่มีขนาดใหญ่โตมาก
ระหว่างนั่งรถจากโรงแรมไปชมรัฐสภา ได้ผ่านโซนราชการที่สังเกตว่ามีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น มีตลาดและซูเปอร์มาร์เก็ต เนื่องจากผู้ที่อาศัยอยู่ที่เนย์ปิดอว์จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ย้ายตามหน่วยงานต่างๆ มา ถนนหนทางก็กว้างใหญ่และใหญ่ถึง18 เลน แต่ก็ดูร้างผู้คนมาก
นอกจากรัฐสภาแล้ว ก็ได้แวะนมัสการ “เจดีย์อุปปาตะสันติ” ซึ่งสร้างขึ้นในแบบฉบับเดียวกับมหาเจดีย์ชเวดากอง แต่ต่ำกว่าชเวดากอง 1 ฟุต (ชเวดากองสูง 326 ฟุต) หลังจากนมัสการเจดีย์ มีอีกไฮไลต์ให้ดูไม่ต่างจากเมืองหลวงเก่าย่างกุ้ง คือ ช้างเผือก ซึ่งปัจจุบันมีช้างเผือกอยู่ที่นี่ 5 เชือก ซึ่งทั้งเจดีย์และช้างเผือกเป็นเหมือนศูนย์รวมทางจิตใจที่รัฐบาลพม่าพยายามสร้างขึ้นให้เหมือนเมืองหลวงเก่า
ด้วยเวลาจำกัดเราได้ทำความรู้จักเนย์ปิดอว์เพียงเท่านั้น พร้อมกับคำถามว่า รัฐบาลพม่าจะทำอย่างไรให้เนย์ปิดอว์รุ่งเรืองเหมือนเมืองหลวงอื่นๆ ในอดีต ซึ่งดูเหมือนจะเป็นโจทย์หินที่ต้องตามให้กำลังใจอย่างใกล้ชิดจริงๆ







