posttoday
เครื่องเขียนหันผลิตสินค้าใหม่หนีค่าแรงพุ่ง

เครื่องเขียนหันผลิตสินค้าใหม่หนีค่าแรงพุ่ง

14 มิถุนายน 2556

เครื่องเขียนเจอพิษค่าแรง แบรนด์ “พารากอน” ปรับทิศ บุกตลาดเครื่องหนังพรีเมียม

เครื่องเขียนเจอพิษค่าแรง แบรนด์ “พารากอน” ปรับทิศ บุกตลาดเครื่องหนังพรีเมียม

พารากอน ขยายไลน์เครื่องเขียนปั้นแบรนด์ ‘Eclat’ ลุยตลาดเครื่องหนังพรีเมียมหนีต้นทุนค่าแรงบาทแข็ง

นายวีระ เลิศเรืองปัญญวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พารากอน ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องเขียน ภายใต้แบรนด์ “พารากอน” (PARAGON) เปิดเผยว่า บริษัทได้รับผลกระทบจากนโยบายการปรับค่าแรง 300 บาท ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่ม 3040% ขณะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นตั้งแต่ต้นปี ทำให้รายได้จากการส่งออกลดลง

ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับแผนการดำเนินธุรกิจ โดยหันมาทำตลาดสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องหนัง ภายใต้แบรนด์ “Eclat” วางกลุ่มเป้าหมายเจาะตลาดระดับบน (พรีเมียม) อาทิ กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าใส่นามบัตร กระเป๋าใส่อุปกรณ์ไอที ฯลฯ พร้อมมุ่งทำตลาดทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น โดยใช้งบลงทุน 23 ล้านบาท เพิ่มเครื่องจักรใหม่ในพื้นที่โรงงานเดิม จ.นครราชสีมา พร้อมปรับลดแรงงานลงบางส่วนซึ่งแบรนด์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับตัวทางธุรกิจบริษัท ที่ต่อเนื่องจากปี 2555 จากปัจจัยลบที่กระทบต้นทุนการผลิต ทั้งนโยบายการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท และเงินบาทไทยที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องถึงขณะนี้ และกระทบยอดขายส่งออก

“การพัฒนาแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาด เป็นอีกหนึ่งทางออกของผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีในขณะนี้ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าที่ต่อยอดมาจากโรงงานการผลิตเดิม นำวัสดุมาใช้ ผ่านการออกแบบให้ทันสมัย สามารถกำหนดราคาขายสินค้าเพิ่มขึ้นได้ 23 เท่าตัว เทียบกับกลุ่มสินค้าเครื่องเขียนเดิมที่ทำตลาดก่อนหน้านี้” ปัจจุบันมีโรงงานผลิตสินค้าในจ.นครราชสีมา ซึ่งจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำทำให้มีต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นราว 3040% ตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีก่อน บริษัทจึงลงทุนในภาคการผลิตใหม่ราว 23 ล้านบาท เพื่อติดตั้งเครื่องจักรและขยายกำลังการผลิตสินค้ากลุ่มใหม่ พร้อมปรับลดแรงงานไปแล้วบางส่วนนายวีระ กล่าว

สำหรับแนวทางการทำตลาดสินค้าแบรนด์ Eclat จะมุ่งทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยปลายปีที่ผ่านมาได้เปิดร้านสาขาแรกภายใต้ชื่อ Eclat ที่ศูนย์การค้าคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (ซีดีซี) และเตรียมทำตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอาเซียน เมื่อไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 จะเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีไทย รวมถึงบริษัทด้วย โดยอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรทางธุรกิจในสิงคโปร์ เพื่อนำสินค้าไปจำหน่าย

นายวีระ กล่าวว่า สำหรับปีนี้บริษัทวางเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ 38 ล้านบาท พร้อมปรับสัดส่วนรายได้จากในประเทศ 60% และต่างประเทศ 40% โดยช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากเงินบาทไทยที่แข็งค่า ทำให้ยอดขายมีมูลค่าลดลง จากเดิมที่บริษัทมีสัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศ 70% และในประเทศ 30%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท