
โฆสิตมั่นใจศก.ยังดี
คาดปีนี้รัฐดันจีดีพีโตได้ไม่ต่ำกว่า4%บุญทักษ์แนะเอกชนปรับตัวรับเงินไหลออก“โฆสิต” มั่นใจเศรษฐกิจไทยแกร่ง โตไม่ต่ำกว่า 4%
คาดปีนี้รัฐดันจีดีพีโตได้ไม่ต่ำกว่า4%บุญทักษ์แนะเอกชนปรับตัวรับเงินไหลออก“โฆสิต” มั่นใจเศรษฐกิจไทยแกร่ง โตไม่ต่ำกว่า 4%
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า การเทขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ ถือว่าเป็นเรื่องปกติของการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่มีการไหลเข้ามาแรงและไหลออกแรง ไม่น่ากังวลมากนัก เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังมีความแข็งแกร่ง เงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง 1.7-1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ เห็นว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดว่าจะเติบโตประมาณ 4% จากเดิมที่ประเมินว่าจะโตประมาณ 45% เป็นผลมาจากตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 1/2556 ที่เติบโตในอัตราที่ลดลงมาอยู่ที่ 5.30% และถ้าเทียบกับไตรมาส 4/2555 ติดลบ 2.20% การที่จะให้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เติบโตสูงต้องใช้แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากนโยบายของรัฐบาล แต่ที่ผ่านมาการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลมีปริมาณไม่มากนัก
“แตกต่างจากวิกฤตในปี 2540 ที่เงินทุนสำรองมีปริมาณน้อย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนกำลังติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ในวันที่ 18-19 มิ.ย.นี้ ว่าผลการประชุมจะออกมารูปแบบใด เฟดจะใช้มาตรการผ่อนคลายปริมาณการเงิน (คิวอี) ต่อหรือไม่ เพราะถ้าประกาศผลประชุมชัดเจนจะมีผลต่อค่าเงินและเงินทุนเคลื่อนย้ายทันที” นายโฆสิต กล่าว
สำหรับโครงการลงทุนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เชื่อว่าไม่ได้ทำให้สินเชื่อในปีนี้โตแบบก้าวกระโดด เพราะต้องใช้เวลาในการเจรจาตกลงรายละเอียด และเชื่อว่าโครงการเริ่มดำเนินการจริงในไตรมาส 4/2556 ขณะที่สินเชื่อของธนาคารปีนี้โตประมาณ 6% ส่วนกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนตัวผู้นำประเทศไทยนั้น สามารถทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย
นายโฆสิต กล่าวถึงการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการประมูลโครงการน้ำของรัฐบาลนั้นว่า ธนาคารพร้อมที่จะให้สินเชื่อ ซึ่งขณะนี้มีบริษัท ไอทีดี พาวเวอร์ ไชน่า ของจีน เริ่มเข้ามาเจรจาแล้ว แต่ก็คงไม่ได้ใช้สินเชื่อธนาคารแห่งเดียว
“การให้สินเชื่อไม่มีปัญหา แต่ธนาคารมีความเป็นห่วงเรื่องการเบิกจ่ายเงินรัฐบาลที่ล่าช้า ดังนั้นต้องดูสัญญาประกอบการพิจารณาการใช้สินเชื่อ ส่วนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ 2 ล้านล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรนั้น ภาคเอกชนกำลังติดตามอยู่ว่าจะมีความชัดเจนอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในด้านแหล่งเงินทุนที่ใช้ในโครงการ และรูปแบบการลงทุนต่างๆ” ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ กล่าว
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยกล่าวว่า สถานการณ์สภาพคล่องในขณะนี้ที่พบว่ามีการไหลออกจากประเทศไทยจำนวนมากนั้น เชื่อว่ายังไม่กระทบต่อระบบการเงินของประเทศ เนื่องจากเงินส่วนใหญ่เป็นกลุ่มการลงทุนที่ค่อนข้างจำกัดในตลาดหลักทรัพย์และตลาดพันธบัตรเป็นหลัก ส่วนเงินลงทุนที่เข้ามาเพื่อการลงทุนอย่างแท้จริงยังคงมีอยู่
อย่างไรก็ตามการไหลออกของเงินจำนวนมากจะส่งผลต่อความผันผวนที่เกี่ยวเนื่อง เช่น อัตราแลกเปลี่ยน และสภาพคล่องของนักลงทุน รวมถึงภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องต่างๆ ซึ่งแม้ว่าขณะนี้ยังไม่เห็นความชัดเจนนัก แต่เชื่อว่าในระยะข้างหน้าจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจได้หากไม่พร้อมที่จะรับมือและปรับตัวในขณะนี้
นายบุญทักษ์ กล่าวอีกว่า เงินไหลออกตอนนี้ยังไม่กระทบการลงทุนของไทยส่วนใหญ่ เพราะเงินที่ออกไปเป็นพวกหุ้นหรือบอนด์มากกว่า ส่วนเงินลงทุนพื้นฐานของประเทศยังมีอยู่ แต่ความผันผวนจะอยู่กับเราในระยะยาวต้องระวัง 2 อย่าง คือ 1.สภาพคล่องที่จะเริ่มลดลงแน่ๆ แม้ตอนนี้ยังไม่เห็นชัดมาก และเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนแม้การอ่อนหรือแข็งค่าคงไม่สำคัญ แต่เป็นเรื่องความผันผวนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว







