posttoday
ม.ศรีประทุมเร่งพัฒนาเด็ก3มิติพร้อมรุก-รับอาเซียน

ม.ศรีประทุมเร่งพัฒนาเด็ก3มิติพร้อมรุก-รับอาเซียน

13 มิถุนายน 2556

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ต้องยอมรับว่าเด็กในวันนี้คืออนาคตของชาติ และสถาบันการศึกษาต่างๆ มีหน้าที่ผลิตบัณฑิตที่จะจบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยให้มีศักยภาพและพร้อมที่จะออกไปแข่งขันในระดับสากล โดยเฉพาะยิ่งเมื่อการรวมตัวของประชาคมอาเซียนใกล้จะเข้ามาทุกขณะ ทำให้มหาวิทยาลัยต้องเร่งขยับตัว

จรรยา พุคยาภรณ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม เล่าให้ฟังว่า ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยศรีปทุมได้มีการปรับตัวเองอยู่ตลอดเวลา โดยใช้ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประสิทธิภาพนักศึกษาแบบ 3 มิติ เพื่อให้พร้อมรับกับการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) คือ ต้องเข้าใจตัวเอง ต้องเข้าใจเพื่อนบ้าน และต้องรู้ว่าทำอย่างไรจึงสามารถทำงานร่วมกับเพื่อนบ้าน (อาเซียน) ได้ เพราะเมื่อรู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง

มิติแรก คือ การเข้าใจตัวเอง ทั้งในเรื่องของวัฒนธรรมและประเพณีของประเทศให้ดีเสียก่อน เพราะเออีซีใกล้ตัวเข้ามาเต็มที ดังนั้น ควรทำความเข้าใจตัวเองให้ดีเสียก่อนว่าเรามีอะไรที่เด่นและด้อย เมื่อรู้ตัวเองก็ทำให้สามารถมองหาวิธีปรับแก้ได้ทัน

“ในเรื่องนี้มหาวิทยาลัยได้เริ่มทำมา 2-3 ปีแล้ว โดยทุกวันพฤหัสบดีจะมีกิจกรรมเสริมในหลักสูตรการเรียนการสอนให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ได้มีโอกาสรู้จักการสวดมนต์และนั่งสมาธิ แม้ว่าจะยังไม่มีการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาออกมาอย่างจริงจัง แต่ก็ช่วยพัฒนาเด็กในเรื่องของภาวะจิตใจและมีสมาธิมากขึ้น” จรรยา กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยได้เรียนรู้วิธีการปลูกข้าวด้วย เนื่องจากมองว่าพื้นฐานของประเทศไทยคือ กสิกรรม ซึ่งจำเป็นที่ต้องส่งเสริมให้เด็กรุ่นหลังได้เรียนรู้ เบื้องต้นเริ่มในรูปแบบของชมรมก่อน โดยจะบูรณาการเสริมเข้าไปในทุกหลักสูตร เพราะหากจะเปลี่ยนให้เป็นหลักสูตรใหม่เลยนั้นคงทำได้ยาก

มิติที่สองคือ การเข้าใจคนอื่น (ประเทศเพื่อนบ้าน) ทั้งเรื่องภาษาและวัฒนธรรม เพราะทั้ง 9 ประเทศต่างก็มีภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป มหาวิทยาลัยได้เปิดอบรมภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียนให้กับนักศึกษาปี 1 เพื่อปูความรู้พื้นฐานให้ ซึ่งศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัยถือว่ามีความพร้อมที่จะเปิดสอนภาษาอาเซียนให้ครอบคลุม เพียงแต่ต้องรอดูปริมาณความต้องการของเด็กเสียก่อน

ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนระหว่างกัน ทั้งในระดับบุคลากรและนักศึกษา โดย “จรรยา” สะท้อนปัญหาให้ฟังว่า ต้องยอมรับว่าเด็กไทยส่วนใหญ่ไม่นิยมและสนใจที่จะไปแลกเปลี่ยนกับประเทศเพื่อนบ้าน แม้ว่าจะมีเสนอทุนให้หลากหลาย ส่วนหนึ่งอาจมาจากเกณฑ์ในการรับสมัคร เพราะมีการกำหนดคะแนนสอบภาษาอังกฤษไว้สูงถึง 550 คะแนน ซึ่งสูงมาก ถ้าเด็กได้คะแนนขนาดนี้ สู้ขอทุนไปยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาดีกว่า

ในส่วนของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่ผ่านมาได้แลกเปลี่ยนนักศึกษาต่างชาติในหลักสูตรนานาชาติ ทั้งจากประเทศจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย พม่า ตุรกี และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยเฉพาะนักศึกษาจีนให้ความสนใจเข้ามาเรียนที่นี่มากถึงปีละ 30 คน

สำหรับสาขาวิชาที่นักศึกษาต่างชาติเหล่านี้เข้ามาเรียน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสาขาวิชาธุรกิจ (Business) และการท่องเที่ยวและการโรงแรม

เมื่อรู้เขารู้เราดีแล้วก็เข้าสู่ มิติสุดท้ายคือ การเรียนรู้ที่จะอยู่รวมกันในประชาคมอาเซียนให้ได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ส่งนักศึกษาเป็นตัวแทนเข้าร่วมกิจกรรมค่ายอาเซียน เพื่อให้นักศึกษาได้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจถึงภาษาและวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน เพราะนักศึกษาจะต้องหัดเรียนรู้เพื่อที่จะได้ทำกิจกรรมร่วมกันได้สำเร็จตามโจทย์ที่ตั้งไว้

อย่างไรก็ดี มองว่า การเปิดเสรีอาเซียนทั้งยังเป็นเรื่องที่ต้องรอและจับตาดูให้ดี ตอนนี้ยังยากที่จะประเมินได้ถูกต้อง ที่ผ่านมาสิ่งที่คาดการณ์กันไว้อาจจะเป็นเรื่องที่ตื่นกลัวกันไปเอง หรืออาจจะเป็นเรื่องที่น่ากลัวกว่าที่คาดกันไว้ก็ได้ ดังนั้นจะต้องมีทั้งแผนรุกและรับไปพร้อมๆ กัน เพราะอาเซียนมีหลายมิติ

“หากทำได้เปิดอาเซียนเมื่อไรเด็กไทยก็มีความพร้อมที่จะเข้าไปมีส่วนร่วม ในส่วนของมหาวิทยาลัยศรีปทุมเอง ขณะนี้พบว่าสถิตินักศึกษาจบใหม่ 80% สามารถหางานทำได้ทันทีภายในไม่กี่เดือน” จรรยา กล่าวสรุป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท