
เสี่ยงไทยไหลออกหลังญี่ปุ่นเว้นวีซ่า
สถานทูตญี่ปุ่นประกาศยกเว้นวีซ่าคนไทย กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ทำแผนรับคนไทยไหลออก
สถานทูตญี่ปุ่นประกาศยกเว้นวีซ่าคนไทย กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ทำแผนรับคนไทยไหลออก
สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ออกประกาศลงวันที่ 11 มิ.ย. 2556 เรื่องมาตรการผ่อนผันวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้คนไทยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยที่มีจุดประสงค์เพื่อจะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นในระยะสั้น และมาตรการผ่อนผันวีซ่านี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศไทย
ทั้งนี้ ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้เตรียมการในช่วงสุดท้าย เพื่อที่จะให้การผ่อนผันดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันภายในช่วงฤดูร้อนปีนี้ของประเทศญี่ปุ่น และเมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นได้ผลสรุปของวันที่จะเริ่มบังคับใช้ รวมทั้งรายละเอียดของระยะเวลาการพำนักในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ทางสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นจะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป กรณีของผู้ยื่นที่มีแผนการจะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นในระยะเวลาอันใกล้นี้ ให้ระมัดระวังและคำนึงถึงกำหนดวันที่จะแจ้งประกาศการบังคับใช้ ทั้งนี้ วีซ่าที่ทางสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นได้มีการออกให้ก่อนเริ่มมาตรการยกเว้นวีซ่านั้น จะไม่มีการคืนค่าธรรมเนียมรวมถึงค่าบริการใดๆทั้งสิ้น
นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมวีซ่าฟรีดังกล่าว เชื่อว่าจะกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากคนไทยมีความนิยมเดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศญี่ปุ่นเป็นทุนเดิม ขณะที่เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท เป็นปัจจัยเสริมให้มีการเดินทางไปญี่ปุ่นยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงเตรียมสั่งการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับแผนกลยุทธ์ด้านการตลาด โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้เตรียมหารือร่วมกับภาคเอกชนท่องเที่ยว สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ เพื่อรวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย
"ยอมรับว่าการยกเลิกวีซ่าฟรีจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย แต่ถือเป็นการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวร่วมกัน ขณะที่กระทรวงได้เปิดโครงการก๊อกแก๊กทัวร์ เปิดสินค้าทางการท่เงเที่ยวใหม่ๆในจังหวัดที่มีความพร้อมด้านการท่องเที่ยว"นายสมศักย์ กล่าว
นายธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า ททท.เตรียมหารือร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานในประเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง ร่วมมือกับสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) นกแอร์ และไทยแอร์เอเชีย เพื่อจัดทำแพ็กเกจการเดินทางช่วงครึ่งปีหลังเส้นทางภาคใต้ จำหน่ายพ่วงกับโรงแรมที่พัก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซัน) นี้ และเปิดแคมเปญหลงรักประเทศไทย เพื่อปลุกกระแสให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ด้านนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น ผู้ให้บริการสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า เปิดเผยว่า การประกาศวีซ่าฟรีให้กับคนไทย จัทำให้คนไทยและคนญี่ปุ่นเกิดการเดินทางแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันมากขึ้น โดยคนไทยที่ทำงานในบริษัทญี่ปุ่นจะมีความสะดวกในการเดินทางและสามารถเดินทางได้บ่อยครั้งมากขึ้น
ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดตั้งสายการบินใหม่ รองรับการบริการเส้นทางไกล พิสัยการบิน 8 ชั่วโมง เช่น กรุงเทพฯญี่ปุ่น ฯลฯ เพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวแถบอาเซียนที่กำลังเติบโต ซึ่งขณะนี้ภาพรวมการท่อง้ที่ยวมีอัตราการเดิบโตอย่างต่อเนื่อง วัดได้จากอัตราที่นั่งช่วงโลว์ซีซั่นของบริษัทเฉลี่ยที่ 82%
นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. ได้ร่วมมือกับบัตรวีซ่า และสายการบินไทยแอร์เอเชีย จัดงานอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ เซล 2013 ระหว่างวันที่ 15 มิ.ย.15 ส.ค.นี้ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการสินค้าทางการท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า สปา กอล์ฟ โรงพยาบาล จัดรายการส่งเสริมการขายลดราคาสินค้าช็อปปิ้ง โรงแรมที่พัก 5080% เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อช่วงโลว์ซีซัน
ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าว เพื่อนอกยำ้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายครบวงจร โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาช้อปปิ้งพร้อมการเดินทางท่องเที่ยวต่อไปยังภูมิภาคอื่นๆ ขณะที่ประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เน้นการช้อปปิ้งเท่านั้น ซึ่งคาดว่าตลอดระยะเวลาการจัดงาน 2 เดือน มีรายได้ 4,300 ล้านบาท เติบโต 10% เทียบกับปีที่ผ่านมา 3,900 ล้านบาท
ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าว เพื่อตอกย้ำไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายครบวงจร โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาช็อปปิ้งพร้อมการเดินทางต่อไปยังภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งคาดว่าตลอดระยะเวลาการจัดงาน 2 เดือน มีรายได้ 4,300 ล้านบาท เติบโต 10% จากปีที่ผ่านมา ที่มีมูลค่า 3,900 ล้านบาท







