posttoday
แปลกแต่จริง

แปลกแต่จริง

13 มิถุนายน 2556

ในที่สุดดอกเบี้ยนโยบายก็ปรับลดลง 0.25% ตามที่หลายคนคาดการณ์กันไว้ ส่วนจะถูกใจใครหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องครับ เพราะแน่นอนทุกการตัดสินใจย่อมมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเสมอ สำคัญแต่ว่า การตัดสินใจนั้นได้ผ่านการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่

ในที่สุดดอกเบี้ยนโยบายก็ปรับลดลง 0.25% ตามที่หลายคนคาดการณ์กันไว้ ส่วนจะถูกใจใครหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องครับ เพราะแน่นอนทุกการตัดสินใจย่อมมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเสมอ สำคัญแต่ว่า การตัดสินใจนั้นได้ผ่านการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่

ในช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำนี่แหละครับ ที่จะเริ่มมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ ออกมา เพราะผู้มีเงินออมก็จะมองหาทางเลือกการออมใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น แต่จะถึงขั้นไปเล่นหุ้นเลยก็กลัวความเสี่ยงมากไป จึงมีแนวคิดที่ผู้ออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินจะหาผลิตภัณฑ์การเงินใหม่ๆ มาเพื่อตอบโจทย์นี้ อย่างกรมธรรม์ UnitLinked ก็เกิดจากเหตุผลนี้เหมือนกัน คือ เกิดจากคนไม่สนใจประกันชีวิตเพราะให้ผลตอบแทนต่ำ บริษัทประกันชีวิตจึงพัฒนากรมธรรม์ UnitLinked ขึ้นมาที่สามารถให้ผลตอบแทนที่สูงกว่ากรมธรรม์แบบเดิม (Traditional Insurance) แต่ผู้ซื้อกรมธรรม์ต้องรับความเสี่ยงบางอย่างเพิ่ม เป็นต้น หุ้นกู้อนุพันธ์ที่เราคุยกันครั้งที่แล้วก็เกิดจากความต้องการร่วมกันของผู้ออกผลิตภัณฑ์และผู้มีเงินออมเช่นกัน

แต่การซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต้องพิจารณาให้ดี ตัวอย่างเช่น หุ้นกู้อนุพันธ์รูปแบบหนึ่งที่น่าจะเกิด คือ หุ้นกู้อนุพันธ์ที่อาจจะจ่ายคืนเงินต้นเป็นหลักทรัพย์ เช่น ผู้ออกมี Portfolio การลงทุนที่มีหุ้น A อยู่จำนวนหนึ่ง และต้องการกำหนดราคาขายขั้นต่ำของหุ้น A ไว้ที่ราคา X บาท จึงออกหุ้นกู้อนุพันธ์ที่อ้างอิงกับราคาหุ้น A โดยกำหนดว่าหากราคาหุ้น A มีราคาต่ำกว่า X บาท ผู้ถือหุ้นกู้อนุพันธ์จะต้องรับชำระคืนเป็นหุ้น B ซึ่งผลก็คือผู้ออกได้ขายหุ้น A ในราคาที่ต้องการ ในขณะที่ผู้ลงทุนในหุ้นกู้อนุพันธ์ก็จะมีความเสี่ยงว่าอาจต้องได้รับคืนเงินต้นเป็นหุ้น A แทนการรับคืนเป็นเงินสด รูปแบบอาจเป็นหุ้นกู้อนุพันธ์ที่อ้างอิงกับราคาหุ้น A กำหนดการจ่ายผลตอบแทน โดยพิจารณาจากระดับราคาหุ้น A ในวันครบกำหนดอายุหุ้นกู้อนุพันธ์ หากราคาหุ้น A สูงขึ้นมากกว่า 50 บาท (ราคาของหุ้น A ณ วันที่ซื้อหุ้นกู้อนุพันธ์ตัวนี้) จะจ่ายเงินต้นคืนพร้อมผลตอบแทน 6% แต่หากราคาหุ้น A อยู่ที่ระดับต่ำกว่าราคาเริ่มต้น (50 บาท) จะจ่ายคืนเป็นหุ้น A ในจำนวนเทียบเท่ากับจำนวนเงินต้น

หากพิจารณาคร่าวๆ อาจมองว่าหุ้นกู้อนุพันธ์นี้มีความเสี่ยงต่ำ แต่จริงๆ แล้วความเสี่ยงแทบไม่ได้ลดไปเลย เพราะหากหุ้น A ราคาลดลงต่ำกว่าราคาเริ่มต้น เราก็จะได้หุ้น A ในราคาเริ่มต้น เหมือนกับเราลงทุนในหุ้น A โดยตรง อย่างเช่น ถ้าหุ้น A ลดเหลือ 10 บาท เท่ากับเราซื้อหุ้น A ที่ต้นทุน 50 บาท (ขาดทุน 40 บาท/หุ้น) แต่ถ้าหุ้น A ในวันครบอายุราคามากกว่า 50 บาท เราจะได้เงินต้นพร้อมผลตอบแทน 6% ดังนั้น ถ้าหุ้น A ราคาเพิ่มเป็น 100 บาท แทนที่เราจะได้ผลตอบแทน 100% เราก็จะได้ผลตอบแทนแค่ 6% เท่านั้น เท่ากับหุ้นกู้อนุพันธ์ตัวนี้จำกัดกำไร แต่ไม่จำกัดการขาดทุน ซึ่งผิดกับความต้องการของเราที่ต้องการกำไรไม่จำกัด แต่ขอจำกัดการขาดทุน ยิ่งถ้าไม่ขาดทุนได้ยิ่งดี

ไม่เพียงแต่หุ้นกู้อนุพันธ์อย่างนี้ กองทุนประเภท Trigger Fund (กองทุนปิดที่ส่วนใหญ่จะลงทุนในหุ้น มีกำหนดอายุแน่นอน เช่น 1 ปี และกำหนดผลตอบแทน เช่น 7% ถ้าได้ผลตอบแทนตามกำหนดจะปิดกองทุนคืนเงินพร้อมผลตอบแทน แต่ถ้าไม่ได้ก็จะลงทุนไปเรื่อยๆ จนกว่าครบอายุกองทุน หลังครบอายุถ้ายังไม่ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมาย ส่วนใหญ่ก็จะแปลงเป็นกองทุนเปิด

กองทุน Trigger Fund นี้ก็เป็นผลิตภัณฑ์การเงินที่จำกัดกำไร แต่ไม่จำกัดการขาดทุนเช่นกัน เพราะถ้าหุ้นขึ้นผู้จัดการกองทุนก็จะขายหุ้น เพื่อเอาคืนเงินต้นกับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ให้กับผู้ลงทุน แต่ถ้าหุ้นตกผู้ลงทุนก็ต้องรับสภาพการขาดทุนด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ กองทุนนี้จะมีค่าธรรมเนียมสูงกว่ากองทุนหุ้นปกติ แถมยังมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องอีก คือ หากภาวะตลาดหุ้นไม่เป็นใจจะถอนเงินคืนก็ไม่ได้ ต้องรับสภาพเป็นนักลงทุนระยะยาวไป จะขายคืนได้ก็ต้องรอครบอายุให้กองทุนเปลี่ยนเป็นกองทุนเปิดก่อน ดังนั้น ถ้าเปรียบเทียบกองทุน Trigger Fund กับกองทุนเปิดประเภทหุ้นทุนทั่วไป ผมว่ากองทุนเปิดประเภทหุ้นทุนทั่วไปน่าสนใจกว่า แต่ปรากฏว่ากองทุนนี้กลับเป็นกองทุนหุ้นยอดฮิตของคนไทยขนาดที่ว่าแทบทุก บลจ.ออกกันมาหมด บลจ.ละหลายๆ กองถือว่า เป็นเรื่องแปลกแต่จริง

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี