
ไฟเขียวซื้อแม็คโคร
ผู้ถือหุ้นห่วงซีพีออลล์เสี่ยงค่าเงินสวิงบริษัทเริ่มรับรายได้เพิ่มตั้งแต่ก.ย.
ผู้ถือหุ้นห่วงซีพีออลล์เสี่ยงค่าเงินสวิงบริษัทเริ่มรับรายได้เพิ่มตั้งแต่ก.ย.
ผู้ถือหุ้นซีพีออลล์อนุมัติซื้อ MAKRO รุมซักผู้บริหาร ราคาซื้อ MAKRO แพง เสี่ยงบาทอ่อนค่า
วันที่ 12 มิ.ย. บริษัท ซีพีออลล์ (CPALL) ได้ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อขออนุมัติการเข้าซื้อกิจการ บริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) ทั้งหมด 64.35% ที่ราคา 787 บาทต่อหุ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติด้วยคะแนนเสียงทั้งหมด 87.06% นับเป็นเสียงมากกว่า 75% ตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด
สำหรับบรรยากาศของที่ประชุมผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ได้ซักถามประเด็นเรื่องการซื้อหุ้นบริษัท สยามแม็คโคร แพงเกินไป สามารถขอลดราคาได้หรือไม่ นายมนตรี ศรไพศาล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวในฐานะเป็นที่ปรึกษาการเงินอิสระ ไม่ได้ เพราะต้องทำตามเงื่อนไขในสัญญา แม้ขณะนี้ดัชนีหุ้นจะปรับตัวลงถึง 200 จุดจากจุดสูงสุดที่ 1,650 จุด แต่การลงทุนของบริษัทขนาดใหญ่ต้องดำเนินตามปัจจัยพื้นฐานหรือทิศทางของแผนธุรกิจที่วางไว้
นอกจากนั้น ผู้ถือหุ้นยังกังวลถึงผลกระทบต่อกำไรสุทธิของทั้ง CPALL และ MAKRO กรณีดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น แต่บริษัท ซีพีออลล์ มีการกู้เงินมาซื้อหุ้นล็อตใหญ่ และค่าเงินบาทได้อ่อนค่าลงมาอยู่ต่ำกว่า 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับตอนที่ตกลงซื้อขายหุ้นอยู่ที่ 28.61 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ รองกรรมการผู้จัดการ CPALL ตอบว่า บริษัทมั่นใจว่าสามารถควบคุมและรับได้ กรณีการเปลี่ยนแปลงของดอกเบี้ย และได้นำมาปรับเปลี่ยนพร้อมวางแผนโครงสร้างทางการเงินในระยะยาว ขณะเดียวกันบริษัทก็ได้มีการซื้อประกันความเสี่ยงล่วงหน้าแล้วเพื่อรองรับการจ่ายเงินกับเอสเอชวีไว้ล่วงหน้าแล้ว
ปัจจุบัน บริษัทได้เริ่มปรับโครงสร้างทางการเงินเพื่อรองรับการเข้าซื้อสยามแม็คโครแล้ว จากการปรับเงินกู้ระยะสั้นเป็นระยะยาว และคาดว่าจะเห็นผลในระยะเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า รวมถึงการทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้ต้นทุนทางการเงินถูกลง เช่น การออกหุ้นกู้และการเพิ่มประโยชน์ของอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่อย่างการทำกองทุนอสังหาริมทรัพย์หรือกองทุนทรัสต์ REITS
“ยอมรับว่าค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอาจทำให้ต้นทุนทางการเงินในการซื้อหุ้นสูงขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่บริษัทก็ได้ทำประกันความเสี่ยงค่าเงินล่วงหน้าไว้แล้ว” นายเกรียงชัย กล่าว
ทั้งนี้ CPALL จะเข้าซื้อหุ้น MAKRO จำนวนทั้งหมด 154 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 64.35% ด้วยจำนวนเงินทั้งหมด 1.8 แสนล้านบาท หรือ 6,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่เงินบาทที่ระดับ 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายเกรียงชัย กล่าวต่อว่า สัปดาห์หน้าน่าจะเริ่มกระบวนการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) จากผู้ถือหุ้น MAKRO ได้ และคาดว่าจะทำเสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ CPALL จะเริ่มรับรู้รายได้จาก MAKRO ภายในเดือน ก.ย.นี้เป็นต้นไป
ด้านนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPALL กล่าวว่า ภายในเดือน ก.ค. จะมีการหารือร่วมกับทางสยามแม็คโครว่าจะร่วมมืออะไรได้บ้าง เบื้องต้นน่าจะเกิดยุทธศาสตร์ทางธุรกิจด้านระบบการขนส่งโลจิสติกส์ การใช้วัตถุดิบในด้านต่างๆ เช่น พืชไร่หรืออาหาร เพื่อให้มีต้นทุนที่ถูกลง
สำหรับแผนการลงทุนในต่างประเทศ คาดว่าภายใน 1 ปีจะเห็นการขยายสาขาของ MAKRO ไปยัง 3 ประเทศ คือ พม่า ลาว และกัมพูชา ภายใต้แบรนด์ของ MAKRO แต่ใช้เงินลงทุนหลักของ MAKRO







