
แบรนด์ไทยบุกอาเซียน ยึดหัวหาดมุ่งรีจีนัลแบรนด์
แม้ว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จะเกิดขึ้นในปี 2558 แต่ในช่วงเวลาไม่ถึง 2 ปี
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
แม้ว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จะเกิดขึ้นในปี 2558 แต่ในช่วงเวลาไม่ถึง 2 ปี สินค้าแบรนด์ไทยหลายกลุ่ม ทั้งชาเขียว นม ค้าปลีก ธุรกิจร้านอาหาร เสื้อผ้าแฟชั่น เริ่มสยายปีกบุกอาเซียน พร้อมกับวางเป้าหมายก้าวสู่รีจินัลแบรนด์ หรือเป็นแบรนด์ในระดับภูมิภาคอาเซียน
รูปแบบการก้าวไปผงาดในตลาดอาเซียนของผู้ประกอบการไทย มีทั้งการผนึกพันธมิตรท้องถิ่น การลงทุนสร้างโรงงาน และการทำตลาดเอง
แมทธิว กิจโอธาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิ เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์การเปิดตลาดอาเซียน หลังจากที่ไทยเบฟเวอเรจได้ซื้อกิจการเอฟแอนด์เอ็นในสิงคโปร์ บริษัทได้นำชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิเป็นหัวหอกบุกกลุ่มประเทศในอาเซียนครบ 10 ประเทศ และวางเป้าให้เป็นแบรนด์ในระดับภูมิภาคอาเซียนในปี 2560
ทั้งนี้ โออิชิเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศในกลุ่มชาเขียวพร้อมดื่ม อาทิ ลาว พม่า กัมพูชา ไปแล้ว และล่าสุดเปิดตลาดมาเลเซีย ขณะเดียวกันยังได้ศึกษาโอกาสขยายสินค้าอื่นๆ ไปตลาดอาเซียน อาทิ ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิ รวมถึงกลุ่มสินค้าไทยเบฟฯ และเสริมสุขในอนาคต โดยตั้งเป้ารายได้ส่งออกปีหน้าไว้ที่ 600700 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 710% จากปีที่ผ่านมา 34%
ด้าน ปริญญา สาธุปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาดส่วนลูกค้า บริษัท ดัชมิลล์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนมเปรี้ยวพร้อมดื่มดัชมิลล์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมนมพร้อมดื่มในภูมิภาคอาเซียนในปีอีก 2 ปีข้างหน้านี้ การแข่งขันจะมีความรุนแรงมากขึ้น เพราะด้วยตลาดที่มีมูลค่า 4.5 แสนล้านบาท หรือ 1 หมื่นล้านลิตร และเติบโตเพียง 4.6%
ขณะที่คนอาเซียนมีอัตราการบริโภคนมโดยเฉลี่ย 60 ลิตรต่อคนต่อปี เมื่อเทียบกับตลาดโลกซึ่งอยู่ที่ 104.7 ลิตรต่อคนต่อปีแล้ว ทำให้เห็นว่าตลาดยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก ส่งผลให้ในปี 2556 นี้ มีผลิตภัณฑ์นมหลากกลุ่มหลายแบรนด์ดาหน้าเปิดตลาดอาเซียน อาทิ โชคชัย โอวัลติน ไมโล นมข้นหวานทีพอท และเอฟแอนด์เอ็น
สำหรับดัชมิลล์มีแผนบุกตลาดอาเซียน 10 ประเทศ ทั้งในรูปแบบเข้าไปทำตลาดเอง และการร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น โดยวางเป้าหมาย 5 ปี นับจากนี้จะขึ้นเป็นผู้นำตลาดนมในอาเซียน
ขณะที่ธุรกิจอาหารสายพันธุ์ไทย ก็เล็งเข้าสู่ตลาดอาเซียนเช่นกัน โดย ชาตยา ชูพจน์เจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะบาร์บีคิวพลาซ่า ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารปิ้งย่าง บาร์บีคิว พลาซ่า กล่าวว่า แผนการทำธุรกิจ 5 ปีจากนี้ บริษัทวางเป้าหมายก้าวสู่รีจินัลแบรนด์ หรือเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาคอาเซียน โดยจะขยายธุรกิจบาร์บีคิว พลาซ่า ใน 3 ประเทศ จำนวน 50 สาขา เป็นลักษณะการร่วมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่น
เป้าหมายในปีนี้ของบาร์บีคิว พลาซ่า คือ การขยายธุรกิจไปที่อินโดนีเซียในเดือน ก.ค.นี้ และตั้งเป้าจะเปิดให้ครบ 15 สาขา มาเลเซียหลังจากเข้าไปทำตลาด 8 ปี มี 13 สาขา จะเปิดเพิ่มเป็น 20 สาขา และกำลังศึกษาตลาดพม่า เวียดนาม กัมพูชา ซึ่งการเข้าไปทำตลาดแต่ละประเทศจะเปิดสาขา 515 สาขา เพื่อรับกับการเปิดเออีซีในปี 2558
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทในเครือสหพัฒน์ ได้แก่ ไอ.ซี.ซี.ฯ ผู้ดำเนินธุรกิจสินค้าแฟชั่น และบริษัท ไลอ้อน ผู้ดำเนินธุรกิจสินค้าอุปโภคหรือของใช้ วางแผนจะบุกตลาดอาเซียนในเชิงรุกเช่นกัน ขณะที่สหพัฒน์วางแผนที่จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าในพม่า
ขณะเดียวกันธุรกิจค้าปลีกก็วางแผนเปิดตลาดอาเซียน โดย ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เซ็นทรัลวางเป้าหมายบุกอาเซียน เพราะเป็นภูมิภาคที่มีภาวะเศรษฐกิจเติบโตสูง
พร้อมกันนี้ บิ๊กซี ซูเปอร์มาร์เก็ต ก็อยู่ระหว่างการศึกษาตลาดที่พม่า กัมพูชา ลาว เบื้องต้นจัดฝึกอบรมพนักงาน เพื่อเตรียมความพร้อมกับแผนในครั้งนี้
อนุวัตร เฉลิมไชย นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ระบุว่า การสร้างแบรนด์สินค้าไทยในอาเซียน อย่างแรกจะต้องทำความรู้จักแบรนด์ของตัวเองว่าเป็นอย่างไร และทำการศึกษาตลาดควบคู่กับการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคแต่ละประเทศ ขณะที่ประชากรชนชั้นกลาง นักการตลาดควรให้ความสำคัญ เพราะกำลังขยายตัวในภูมิภาคอาเซียน
ปิดท้ายด้วย เฮอมาวัน คาทาจายา ประธานสมาคมการตลาดโลก ที่กล่าวถึงยุทธศาสตร์การทำตลาดในภูมิภาคอาเซียนว่า การสร้างแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยทำให้แบรนด์มีมูลค่าเพิ่ม และสามารถทำให้ขยายสินค้าตัวอื่นๆ พร้อมกับทำตลาดได้ง่ายมากขึ้น ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ คือ คนรุ่นใหม่ ผู้หญิง เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังการซื้อสูง
นับจากนี้ไปจนถึงปี 2558 ที่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมีผลสมบูรณ์ เชื่อว่าถึงเวลานั้นสินค้าไทยคงไปปักธงยึดหัวหาดกันพร้อมหน้าแล้วแน่นอน







