
โต้งจี้ธปท.ใช้ทุนสำรองดูแลค่าเงิน
"กิตติรัตน์" แนะแบงก์ชาตินำทุนสำรองฯมาบริหารจัดการค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวน หวั่นกระทบผู้ประกอบการ
"กิตติรัตน์" แนะแบงก์ชาตินำทุนสำรองฯมาบริหารจัดการค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวน หวั่นกระทบผู้ประกอบการ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า ต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิดไม่ให้มีความผันผวนมากในช่วงนี้ โดยให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับคู่ค้าและคู่แข่ง ไม่จำเป็นต้องอิงค่าเงินเหรียญสหรัฐ ที่สำคัญต้องดูแลให้มีเสถียรภาพ เพราะเห็นได้จากช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่าสูงสุดแตะระดับ 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐส่งผลกระทบกับผู้ส่งออก ขณะที่ปัจจุบันค่าเงินบาทอ่อนค่าที่ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อาจส่งผลกระทบต่อผู้นำเข้า ซึ่งความจริงไม่ควรปล่อยให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นตั้งแต่แรก แต่เพราะบาทแข็งค่ารุนแรง ทำให้ต้องเจอกับสถานการณ์เงินบาทอ่อนค่าเร็ว
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศจำนวนมากกว่าหลายประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนได้ แต่การบริหารจัดการค่าเงินบาท ไม่ได้หมายความว่า ธปท.เข้าแทรกแซงหรือกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ เพียงต้องการให้มีการใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับการดูแลสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการดูแลไม่ให้ราคาน้ำมันสูงจนกระทบกับประชาชนและภาคการผลิต
"หากก่อนหน้านี้เงินบาทไม่แข็งค่าขึ้นถึง 28 บาท ก็ไม่ต้องเจอสถานการณ์อ่อนค่าเหมือนวันนี้ ควรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ ไม่ใช่ 3 เดือนแข็ง 4 เดือนอ่อน ต้องบริหารจัดการ ซึ่งเราก็มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากพอที่เป็นกันชน และมีสภาพคล่องที่เป็นเงินบาทมากอยู่ ซึ่งเชื่อว่าหน่วยงานที่ดูแลก็คิดเหมือนกัน จะดูแลเสถียรภาพบาทอย่างไรไม่ให้เหวี่ยงแบบนี้" นายกิตติรัตน์ กล่าว
นายกิตติรัตน์ กล่าวถึงภาวะตลาดหุ้นลดลงแรงว่า ก็ยังยืนยันว่าไม่น่าเป็นห่วง เพราะเป็นการปรับลงตามประเทศในภูมิภาคเนื่องจากเงินทุนไหลออก โดยเฉพาะในกลุ่ม TIP ซึ่งประกอบด้วย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งไทยยังปรับลดลงน้อยกว่า 2 ประเทศนี้ รวมทั้งพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง และมีทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง มีสภาพคล่องเพียงพอ รวมทั้งรัฐบาลกำลังจะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไป







