posttoday
นักลงทุนแห่ซื้อLTF-กองหุ้น

นักลงทุนแห่ซื้อLTF-กองหุ้น

13 มิถุนายน 2556

นักลงทุนแห่ซื้อ LTF-RMF กองทุนได้โอกาสช้อนหุ้นถูก กรุงศรีฯ ออกทริกเกอร์ 8% 8 เดือน ทิสโก้ ลุยสหรัฐต่อ

นักลงทุนแห่ซื้อ LTF-RMF กองทุนได้โอกาสช้อนหุ้นถูก กรุงศรีฯ ออกทริกเกอร์ 8% 8 เดือน ทิสโก้ ลุยสหรัฐต่อ

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจกองทุนสูงสุดในประเทศ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2556 ดัชนีติดลบ 75 จุด หรือ 4.97% พบว่า มีนักลงทุนเข้ามาซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่ลงทุนในหุ้นเข้ามามากกว่าสถานการณ์ปกติถึง 3 เท่า รวมทั้งมีเม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นด้วยเช่นกัน ได้แก่ กองทุนเปิดเค สตาร์และกองทุนเปิดเคแวลู

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ดัชนียังคงปรับตัวลดลง 19.16 จุด มาปิดที่ 1,433.47 จุด

ด้าน บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.-11 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า มีเม็ดเงินเข้ามาซื้อกองทุน LTF และ RMF ที่ลงทุนในหุ้นประมาณ 210 ล้านบาท

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงรุนแรง บลจ.วรรณ เข้าไปซื้อหุ้นมูลค่าหลายร้อยล้านบาท โดยเข้ามาลงทุนในช่วงท้ายตลาดและคาดว่าจะยังคงทยอยซื้ออย่างต่อเนื่องหากตลาดปรับลดลงอีก เนื่องจากก่อนหน้านี้ประเมินว่าตลาดหุ้นจะปรับลดลง จึงปรับพอร์ตและเพิ่มการถือครองเงินสดมากขึ้น

“ดัชนีที่ต่ำกว่า 1,500 จุด ถือเป็นระดับที่น่าลงทุน และสำหรับนักลงทุนแนะนำให้แบ่งเงินออกเป็น 6 ก้อน และทยอยลงทุน เพื่อกระจายความเสี่ยง” นายวิน กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายวิน กล่าวว่า บลจ.วรรณ ยังประเมินกรอบดัชนีหุ้นไทยในปีนี้อยู่ที่ 1,450-1,640 จุด โดยเชื่อว่าดัชนีจะไม่ลงไปต่ำกว่า 1,380 จุด
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า นักลงทุนให้การตอบรับกองทุนเปิดกรุงศรีอิควิตี้ 4% พลัส 4% ทริกเกอร์ พลัส 1 (KFEQ4P4-P1) ซึ่งเสนอขายครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 6-12 มิ.ย. เป็นอย่างดี ส่งผลให้มียอดเงินลงทุนเต็มมูลค่าโครงการภายในเวลาเพียง 2 วัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการที่ผู้ลงทุนมอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นในการบริหารจัดการกองทุนของบริษัทเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ ที่มีนโยบายเน้นการลงทุนในตลาดหุ้นไทย บริษัทจึงเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีอิควิตี้ 4% พลัส 4% ทริกเกอร์ พลัส 2 (KFEQ4P4-P2) มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท เสนอขายระหว่างวันที่ 14-19 มิ.ย. 2556 ตั้งเป้าผลตอบแทนโดยรวม 8% ในระยะเวลา 8 เดือน โดยรับผลตอบแทนครั้งที่ 1 เมื่อหน่วยลงทุนมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 4% และรับผลตอบแทนเพิ่มอีก 4% เมื่อกองทุนมีมูลค่าหน่วยลงทุนตั้งแต่ 10.93 บาท ณ วันใดวันหนึ่ง หรือภายใน 5 วัน ทำการติดต่อกัน และบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุน|ทั้งหมดของกองทุนโดยอัตโนมัติ

“บริษัทยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อทิศทางของตลาดหุ้นไทย และเชื่อมั่นว่าการลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังมีความน่าสนใจ ถึงแม้ในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยจะยังคงมีความผันผวนอยู่บ้าง แต่ภาพรวมของเศรษฐกิจภายในประเทศมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการบริโภคภายในประเทศ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยยังคงเติบโตดี”

“กองทุน KFEQ4P4-P2 เป็นทางเลือกสำหรับการลงทุนในตราสารทุน เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองโอกาสการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทย และต้องการเข้ามาลงทุนเพื่อผลตอบแทนตามเป้าหมาย สามารถรับความผันผวนของราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้ ซึ่งการจัดสรรเงินบางส่วนมาลงทุนในตลาดหุ้นไทยในจังหวะที่เหมาะสมกับกองทุน KFEQ4P4-P2 จะช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนได้” นายฉัตรพี กล่าว

นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า บลจ.ทิสโก้ เสนอขายกองทุนเปิดทิสโก้ ยูเอส อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% # 2” มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท เสนอขายครั้งเดียวตั้งแต่วันที่ 12-19 มิ.ย. 2556 ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท

กองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนทาร์เก็ตฟันด์ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Dow Jones Industrial Average ETF เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี Dow Jones Industrial Average โดยมีอายุโครงการประมาณ 8 เดือน หรือสามารถเลิกโครงการก่อนครบกำหนด หากสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 8% หรือมีมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) มากกว่า หรือเท่ากับ 10.80 บาท

“ตลาดหุ้นสหรัฐน่าสนใจลงทุนมากในขณะนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจมีทิศทางขยายตัวดีขึ้น ส่งผลบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งสภาพคล่องที่มีแนวโน้มไหลกลับเข้าไปในสหรัฐมากขึ้น นอกจากนี้ จากแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ที่ฟื้นตัวขึ้น คาดว่าการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการลงทุนอีกด้วย” นายสาห์รัช กล่าว

นอกจากนี้ ล่าสุดสถาบันจัดอันดับสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ (S&P) ได้ปรับเพิ่มมุมมองน่าเชื่อถือของสหรัฐขึ้นเป็น “คงที่” จาก “ลบ” โดย S&P มองว่าการขึ้นภาษีและการลดงบประมาณรายจ่ายทำให้ความเสี่ยงทางงบประมาณประเทศลดน้อยลง ซึ่งปัจจัยทั้งหมดส่งผลบวกต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นสหรัฐให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ