posttoday
เล็งคุมความเสี่ยง

เล็งคุมความเสี่ยง

13 มิถุนายน 2556

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 28-29 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% จาก 2.75% เหลือ 2.50% โดยระบุว่าจะติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยและความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงิน รวมทั้งเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะดำเนินนโยบายที่เหมาะสมตามสถานการณ์

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 28-29 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% จาก 2.75% เหลือ 2.50% โดยระบุว่าจะติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยและความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงิน รวมทั้งเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะดำเนินนโยบายที่เหมาะสมตามสถานการณ์

ที่ประชุม กนง.มีการประเมินที่น่าสนใจดังนี้

ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ กนง.เห็นว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2556 ขยายตัว 5.30% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ต่ำกว่าที่คาดไว้จากอุปสงค์ในประเทศ โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอลง ส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นของภาคครัวเรือนที่มีส่วนให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และรายได้ที่น้อยลงตามราคาสินค้าเกษตร การลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอลงตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด

ในระยะต่อไปคาดว่าเศรษฐกิจจะยังขยายตัวได้ จากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่อยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง ทั้งการจ้างงาน รายได้นอกภาคเกษตร และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี นอกจากนี้ การลงทุนภาคเอกชนที่บางส่วนถูกเลื่อนออกไปน่าจะกลับมาลงทุนมากขึ้น หากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้ตามที่คาด

อย่างไรก็ตาม กนง.จะติดตามการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย 1.ด้านความตึงตัวในตลาดแรงงานที่ทำให้ธุรกิจบางส่วนต้องลงทุนในเครื่องจักรใหม่ เพื่อทดแทนแรงงานที่หายากขึ้น

2.การท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวเอเชีย รวมทั้งภาคการบริการเติบโตได้ดีต่อเนื่อง และอาจพัฒนากลายเป็นแหล่งที่มาสำคัญของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทดแทนภาคการส่งออกได้

นอกจากนี้ จะยังติดตามสินเชื่อภาคครัวเรือนที่ยังขยายตัวสูงต่อเนื่อง จากสินเชื่ออุปโภคบริโภคเป็นสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลลบต่อการบริโภคภาคเอกชนและการขยายตัวของเศรษฐกิจได้มากขึ้นในระยะต่อไป รวมทั้งเป็นการสะสมความเปราะบางและลดทอนความสามารถของภาคครัวเรือนในการรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วย และควรติดตามดูหนี้ภาคครัวเรือนนอกระบบที่คาดว่าจะมีอยู่มากพอสมควรในระยะต่อไปด้วย

สำหรับการดูแลความเสี่ยงจากการเคลื่อนย้ายเงินทุน อาจสามารถพิจารณาดำเนินมาตรการหรือนโยบายอื่นๆ เช่น มาตรการด้านเงินทุนเคลื่อนย้าย หรือมาตรการด้าน Macroprudential ควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบายด้านอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเลือกใช้ตามความเหมาะสม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท