
ททท.ชูเมดิคอล แอนด์ เฮลท์ ทัวริซึมสู้ม็อบบอนไซท่องเที่ยวไทย
...พีรดา ปราศรีวงค์
เป็นกรรมของคนไทยทั้งประเทศที่ต้องทนรับสภาพการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งยึดพื้นที่ย่านเศรษฐกิจบริเวณราชประสงค์เป็นเครื่องต่อรองทางการเมือง พร้อมสร้างปัญหาการจราจรให้กับคนกรุงเทพฯ ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวที่ดีหายไปจากประเทศไทย
ทั้งนี้ จากเดิมที่ทุกภาคเศรษฐกิจอยู่ในอาการเสียการทรงตัว แต่เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มผู้ชุมนุม จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทุกอุตสาหกรรมอยู่ในภาวะง่อยเปลี้ยทันที
แรงปะทะดังกล่าวพุ่งตรงต่อการท่องเที่ยวไทยให้ตกอยู่ในอาการโคม่าทันที ล่าสุด สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เล่าว่า ในวันที่ 20 เม.ย. ที่จะถึงนี้ จะเรียกรองผู้ว่าการ ททท. ทุกฝ่าย และผู้อำนวยการฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้านการวางแผน ประชุมหารือประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมปรับกลยุทธ์ใหม่อีกครั้ง โดยรูปแบบแผนจะมีลักษณะเป็นแผนเฝ้าติดตามสถานการณ์ก่อนเหตุการณ์ยุติ เพื่อนำมาปรับแผนตลาดให้เหมาะสมกับเวลาการเนินงาน
ทั้งนี้ ททท. ได้เตรียมแผนเชิงรุก โดยเตรียมเปิดตัวแคมเปญ เมดิคอล แอนด์ เฮลท์ ทัวริซึม เดือน พ.ค.นี้ มุ่งเจาะกลุ่มตะวันออกกลาง ก่อนขยายไปยังกลุ่มอื่นๆ โดยแคมเปญนี้จะเปิดตัวผ่านระบบออนไลน์ แนะนำเส้นทางการท่องเที่ยวพร้อมเข้ารับการดูแลรักษาสุขภาพในโรงพยาบาลเอกชน ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
“
ททท. จะทำแผนเชิงรุก ซึ่งเชื่อว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้สามารถเดินทางได้โดยไม่สนใจม็อบ และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง สามารถเดินทางเข้ามาได้ตลอดทั้งปี และพักผ่อนในโรงพยาบาล” สุรพล กล่าวอย่างไรก็ตาม การประชุมในครั้งนี้ ททท. จะพิจารณาแผนการทำงานใดที่สามารถดำเนินการได้ในระยะนี้ หรือควรชะลอก่อนเพื่อให้เหตุการณ์สงบ รวมถึงปรับงบประมาณบางส่วนมาใช้กับตลาดที่มีความสำคัญ จำเป็นต้องฟื้นฟูเร่งด่วน เบื้องต้นตลาดที่มีความอ่อนไหว เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เวียดนาม เกาหลี ฯลฯ อาจต้องปรับแผนอีกครั้ง
สุรพล บอกว่า ขณะนี้ ททท. ได้อัพเดตข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของสถานการณ์การชุมนุม ทำความเข้าใจต่อนักท่องเที่ยวผ่านระบบออนไลน์ โดยมุ่งให้ข้อเท็จจริงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แจงว่า แหล่งท่องเที่ยวภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ สามารถเดินทางได้ตามปกติ ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเที่ยวในกรุงเทพฯ ลดน้อยลง แต่พื้นที่ต่างจังหวัดนักท่องเที่ยวยังเข้าพักเป็นปกติ
นอกจากนี้ ททท. ได้ติดตามการแจ้งเตือนของรัฐบาลต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา รัฐบาลไต้หวันได้ยกระดับการเตือนนักท่องเที่ยวไต้หวันเข้าไทยในระดับสูงสุด เมื่อสถานการณ์คลี่คลายได้ประกาศลดระดับการเตือนเหลือระดับที่ 3 ในวันถัดมา โดยชี้ให้เห็นว่าต่างชาติเริ่มมีความเข้าใจต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศ
สุพล บอกอีกว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศจะได้รับผลกระทบในระยะสั้น โดยนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซัน) จะเข้ามาช่วยเบรกสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยให้ได้รับความเสียหายลดลง เพราะในช่วงนี้นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้าประเทศจำนวนน้อยกว่าฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน)
“
ผมได้สอบถามไปยังผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. ในประเทศ พบว่าการเดินทางที่หาดใหญ่ ภูเก็ต สมุย นครศรีธรรมราช ยังมีความคึกคัก” สุรพล กล่าว






