
การเมืองเขย่าหุ้นตปท.ทิ้ง6.7พันล.
โพสต์ทูเดย์
— หุ้นไทยร่วงอีก 24 จุด หลุด 740 จุด นักวิเคราะห์ชี้รอบนี้มีสิทธิเห็น 700 จุด หากการเมืองยืดเยื้อ ต่างชาติขาย 4 วันติด เฉียด 7,000 ล้านบาทภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นหลังสงกรานต์เลือด เปิดตลาดหุ้นดิ่งลงทันทีกว่า 12 จุด ผลกระทบต่อเนื่องจากการปะทะระหว่างคนเสื้อแดงกับกำลังทหารตำรวจ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา ไม่มีท่าทีจะจบลงตรงไหน ทำให้ต่างชาติเทหุ้นออกมาขายอย่างหนักในช่วงบ่าย
ฉุดดัชนีตลาดหลุด 740 จุด ลงไปปิดที่ระดับต่ำสุด 736.16 จุด ลดลง 24.74 จุด คิดเป็น 3.25% มูลค่าซื้อขาย 29,763 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 1,450 ล้านบาท เป็นการขายวันที่สี่ติดต่อกัน นับจากวันที่ 8 เม.ย. เป็นเงินทั้งสิ้น 6,719. ล้านบาท
นอกจากปัญหาการเมืองในประเทศกดดันหุ้นไทยแล้ว ปัจจัยต่างประเทศมีผลด้วยเช่นกัน โดยวันที่ 16 เม.ย. ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลง จากความกังวลมาตรการทางการเงินที่เข้มงวดของประเทศจีน เพื่อสกัดฟองสบู่แตก
นายชัย จิระเสวีนุประพันธ์ ผู้จัดการฝายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสิน กล่าวว่า ปัจจัยการเมืองในประเทศกดดันตลาดหุ้นไทย และปัจจัยตลาดหุ้นเอเชีย ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลงแรงและหลุด 740 จุด โดยแรงขายส่วนใหญ่ยังมาจากกองทุน สถาบัน และนักลงทุนต่างประเทศ
“
การเมืองในประเทศทำให้การลงทุนของกองทุนและต่างชาติชะลอ หากเหตุการณ์ยืดเยื้อมีโอกาสได้เห็นดัชนีลงไปบวกลบที่ระดับ 700 จุด”สำหรับทิศทางตลาดหุ้นสัปดาห์หน้า นายชัย กล่าวว่า ตลาดหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวลงได้อีก จากปัญหาการเมืองและการแขวนเครื่องหมาย XD (ปันผล) ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ดัชนีมีแนวต้าน 750 จุด และแนวรับ 720 จุด
นายวศิน วัฒนวรกิจกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง กล่าวว่า ดัชนีตลาดได้รับแรงกดดันจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ ทำให้เกิดแรงขายจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์การปะทะกัน
“
เชื่อว่าความกังวลจากปัญหาการเมืองจะปกคลุมตลาดหุ้นสักระยะ ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หากยืดเยื้อจะกระทบต่อความมั่นใจ แต่เชื่อว่าระยะยาวเศรษฐกิจที่อยู่ในแนวโน้มฟื้นตัวน่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุน” นายวศิน กล่าวนางวิริยา ลาภพรหมรัตน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บล.เกียรตินาคิน กล่าวว่า ช่วงที่ยังหาข้อยุติทางการเมืองไม่ได้ การเคลื่อนไหวของดัชนีจะผันผวนที่ 680700 จุด แต่กรณีเลวร้ายสุด เช่น เกิดความรุนแรงเหมือนวันที่ 10 เม.ย. หรือรัฐบาลยุบสภาเร็วกว่าที่คาด อาจเห็นดัชนีลงไป 550 จุดได้
“
ดัชนีแถว 680700 จุด เหมาะกับผู้ลงทุนที่มีการซื้อขายระยะสั้น หากดัชนีปรับขึ้นไม่เกิน 750760 จุด แนะนำให้ทยอยขายแล้วค่อยไปรอซื้อแถว 680 จุด” นางวิริยา กล่าวอย่างไรก็ตาม มองว่าตอนนี้ยังไม่ถึงจุดที่ต้องปรับเป้าดัชนีปีนี้หรืออัตรากำไรสุทธิต่อหุ้นของ บจ. อีกทั้งหุ้น 4 กลุ่มใหญ่ที่มีน้ำหนักต่อการเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยยังมีทิศทางที่ดีอยู่ ตั้งแต่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่สินเชื่อไตรมาสแรกยังออกมาดี และตอนนี้ยังไม่ได้ประเมินว่าการชุมนุมจะมีผลต่อ ยอดสินเชื่อของธนาคาร
กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมียังได้อานิสงส์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกโดยรวม กลุ่มสื่อสารแม้จะได้รับผลกระทบจากนโยบายเรื่อง 3จี แต่ยอดการใช้รายได้ต่อเลขหมายยังดีมาก และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีแต่ยอดเร่งโอนมากขึ้นหลังมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ที่รัฐบาลให้มากำลังหมดอายุ
ขณะเดียวกันการซื้อขายวันที่ 16 เม.ย. หุ้นการบินไทย (THAI) ได้ปรับตัวลงหนักมาปิดที่ 22.90 บาท ลดลง 1.30 บาท หรือลดลง 5.37% มูลค่าซื้อขาย 405.88 ล้านบาท หลังบริษัทประกาศยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางยุโรป 10 เที่ยวบิน ในวันที่ 16 เม.ย. 2553 หลังภูเขาไฟระเบิดที่ไอซ์แลนด์ตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้ศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศประกาศปิดน่านฟ้าเพื่อความปลอดภัย ซึ่งจากเดิมการบินไทยได้รับผลกระทบจากการชุมนุมภายในประเทศที่ทำให้จำนวนผู้โดยสารลดลงบ้างแล้วทั้งนี้ จากเดิมการบินไทยได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ทำให้จำนวนผู้โดยสารที่จะบินเข้ามาในประเทศและสายการบินในประเทศได้รับผลกระทบอยู่แล้ว เหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดที่ไอซ์แลนด์ จึงส่งผลกระทบต่อการบินไทยอีกต่อหนึ่ง







