posttoday
การเมืองเขย่าหุ้นตปท.ทิ้ง6.7พันล.

การเมืองเขย่าหุ้นตปท.ทิ้ง6.7พันล.

17 เมษายน 2553

โพสต์ทูเดย์ — หุ้นไทยร่วงอีก 24 จุด หลุด 740 จุด นักวิเคราะห์ชี้รอบนี้มีสิทธิเห็น 700 จุด หากการเมืองยืดเยื้อ ต่างชาติขาย 4 วันติด เฉียด 7,000 ล้านบาท

ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นหลังสงกรานต์เลือด เปิดตลาดหุ้นดิ่งลงทันทีกว่า 12 จุด ผลกระทบต่อเนื่องจากการปะทะระหว่างคนเสื้อแดงกับกำลังทหารตำรวจ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา ไม่มีท่าทีจะจบลงตรงไหน ทำให้ต่างชาติเทหุ้นออกมาขายอย่างหนักในช่วงบ่าย

ฉุดดัชนีตลาดหลุด 740 จุด ลงไปปิดที่ระดับต่ำสุด 736.16 จุด ลดลง 24.74 จุด คิดเป็น 3.25% มูลค่าซื้อขาย 29,763 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 1,450 ล้านบาท เป็นการขายวันที่สี่ติดต่อกัน นับจากวันที่ 8 เม.ย. เป็นเงินทั้งสิ้น 6,719. ล้านบาท

นอกจากปัญหาการเมืองในประเทศกดดันหุ้นไทยแล้ว ปัจจัยต่างประเทศมีผลด้วยเช่นกัน โดยวันที่ 16 เม.ย. ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลง จากความกังวลมาตรการทางการเงินที่เข้มงวดของประเทศจีน เพื่อสกัดฟองสบู่แตก

นายชัย จิระเสวีนุประพันธ์ ผู้จัดการฝายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสิน กล่าวว่า ปัจจัยการเมืองในประเทศกดดันตลาดหุ้นไทย และปัจจัยตลาดหุ้นเอเชีย ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลงแรงและหลุด 740 จุด โดยแรงขายส่วนใหญ่ยังมาจากกองทุน สถาบัน และนักลงทุนต่างประเทศ

“การเมืองในประเทศทำให้การลงทุนของกองทุนและต่างชาติชะลอ หากเหตุการณ์ยืดเยื้อมีโอกาสได้เห็นดัชนีลงไปบวกลบที่ระดับ 700 จุด”

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นสัปดาห์หน้า นายชัย กล่าวว่า ตลาดหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวลงได้อีก จากปัญหาการเมืองและการแขวนเครื่องหมาย XD (ปันผล) ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ดัชนีมีแนวต้าน 750 จุด และแนวรับ 720 จุด

นายวศิน วัฒนวรกิจกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง กล่าวว่า ดัชนีตลาดได้รับแรงกดดันจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ ทำให้เกิดแรงขายจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์การปะทะกัน

“เชื่อว่าความกังวลจากปัญหาการเมืองจะปกคลุมตลาดหุ้นสักระยะ ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หากยืดเยื้อจะกระทบต่อความมั่นใจ แต่เชื่อว่าระยะยาวเศรษฐกิจที่อยู่ในแนวโน้มฟื้นตัวน่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุน” นายวศิน กล่าว

นางวิริยา ลาภพรหมรัตน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บล.เกียรตินาคิน กล่าวว่า ช่วงที่ยังหาข้อยุติทางการเมืองไม่ได้ การเคลื่อนไหวของดัชนีจะผันผวนที่ 680700 จุด แต่กรณีเลวร้ายสุด เช่น เกิดความรุนแรงเหมือนวันที่ 10 เม.ย. หรือรัฐบาลยุบสภาเร็วกว่าที่คาด อาจเห็นดัชนีลงไป 550 จุดได้

“ดัชนีแถว 680700 จุด เหมาะกับผู้ลงทุนที่มีการซื้อขายระยะสั้น หากดัชนีปรับขึ้นไม่เกิน 750760 จุด แนะนำให้ทยอยขายแล้วค่อยไปรอซื้อแถว 680 จุด” นางวิริยา กล่าว

อย่างไรก็ตาม มองว่าตอนนี้ยังไม่ถึงจุดที่ต้องปรับเป้าดัชนีปีนี้หรืออัตรากำไรสุทธิต่อหุ้นของ บจ. อีกทั้งหุ้น 4 กลุ่มใหญ่ที่มีน้ำหนักต่อการเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยยังมีทิศทางที่ดีอยู่ ตั้งแต่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่สินเชื่อไตรมาสแรกยังออกมาดี และตอนนี้ยังไม่ได้ประเมินว่าการชุมนุมจะมีผลต่อ ยอดสินเชื่อของธนาคาร

กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมียังได้อานิสงส์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกโดยรวม กลุ่มสื่อสารแม้จะได้รับผลกระทบจากนโยบายเรื่อง 3จี แต่ยอดการใช้รายได้ต่อเลขหมายยังดีมาก และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีแต่ยอดเร่งโอนมากขึ้นหลังมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ที่รัฐบาลให้มากำลังหมดอายุ

ขณะเดียวกันการซื้อขายวันที่ 16 เม.ย. หุ้นการบินไทย (THAI) ได้ปรับตัวลงหนักมาปิดที่ 22.90 บาท ลดลง 1.30 บาท หรือลดลง 5.37% มูลค่าซื้อขาย 405.88 ล้านบาท หลังบริษัทประกาศยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางยุโรป 10 เที่ยวบิน ในวันที่ 16 เม.ย. 2553 หลังภูเขาไฟระเบิดที่ไอซ์แลนด์ตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้ศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศประกาศปิดน่านฟ้าเพื่อความปลอดภัย ซึ่งจากเดิมการบินไทยได้รับผลกระทบจากการชุมนุมภายในประเทศที่ทำให้จำนวนผู้โดยสารลดลงบ้างแล้วทั้งนี้ จากเดิมการบินไทยได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ทำให้จำนวนผู้โดยสารที่จะบินเข้ามาในประเทศและสายการบินในประเทศได้รับผลกระทบอยู่แล้ว เหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดที่ไอซ์แลนด์ จึงส่งผลกระทบต่อการบินไทยอีกต่อหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล