
บาทแข็งถ่วงส่งออกอาหารทรุดเหลือ1.5%
กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ปรับเป้าส่งออกทั้งปีเหลือ 1.5% หลังเจอปัญหาบาทแข็ง และตลาดหลักหดตัว
กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ปรับเป้าส่งออกทั้งปีเหลือ 1.5% หลังเจอปัญหาบาทแข็ง และตลาดหลักหดตัว
นายอมร งามมงคลรัตน์ รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เผยตัวเลขส่งออกอาหารไทย เดือนเมษายน 2556 มีมูลค่าการส่งออกอาหารไทย 71,043 ล้านบาท หดตัวลง 5.6% ตามการลดลงของสินค้าหลัก อาทิ ข้าว น้ำตาล กุ้งแช่แข็ง ส่งผลให้ 4 เดือนแรกปีนี้มูลค่าการส่งออกอาหารอยู่ที่ 296,288 ล้านบาท ลดลง 3.6% โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกอาหารลดลง คือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
สำหรับตลาดส่งออก พบว่า ตลาดหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่ อาเซียน ญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐ หดตัวลงทั้งหมด โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่หดตัวถึง 15.5% ยกเว้นตลาดจีนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.8%
สถาบันอาหาร ประเมินว่า จากปัจจัยลบ ได้แก่ ค่าเงินบาทแข็งค่า ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นจากปัญหาการขาดแคลน และสถานการณ์ตลาดหลักหดตัว จะกระทบกับการส่งออกสินค้าอาหารในปีนี้ จึงได้ปรับคาดการณ์การส่งออกสินค้าอาหารในปี 2556 ลง จากเดิมจะขยายตัว 6% เหลือเพียงขยายตัว 1.5% เท่านั้น
ด้านสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ในระยะ 4 เดือนแรก ไทยส่งออกข้าวได้รวม 2 ล้านตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 11% ซึ่งคาดว่าปีนี้การส่งออกข้าวไทยน่าอยู่ที่ 6-6.2 ล้านตัน ลดลงจากต้นปีที่คาดว่าจะส่งออกได้ 6.5 ล้านตัน เพราะผลผลิตทั่วโลกมีจำนวนมาก และราคาถูกกว่าไทย ซี่งปัจจุบันไทยส่งออกข้าวเป็นดับที่ 3 ของโลก รองจาก อินเดีย และเวียดนาม
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นภาวะอุตสาหกรรมอาหารประจำเดือนพฤษภาคม 2556 ลดลงอยู่ที่ระดับ 47.4 ขณะที่ความเชื่อมั่นใน 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 53.4 โดยต้นทุนวัตถุดิบ ถือเป็นปัจจัยหลักที่ภาคธุรกิจมองว่าเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ ทั้งปัจจุบันและอนาคต โดยข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเดือนพฤษภาคม และอีก 3 เดือนข้างหน้า ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยน ปริมาณวัตถุดิบ ค่าจ้างแรงงาน และราคาน้ำมัน







