posttoday
จับตา"กขช."ถกขาดทุนข้าว

จับตา"กขช."ถกขาดทุนข้าว

12 มิถุนายน 2556

จับตาประชุมกขช.13มิ.ย.ไม่รับขาดทุนจำนำข้าว 2.6 แสนล้านบาท แต่ไม่เคาะตัวเลขขาดทุนจริงอ้างยังสรุปราคาขายข้าวที่เหลือไม่ได้

จับตาประชุมกขช.13มิ.ย.ไม่รับขาดทุนจำนำข้าว 2.6 แสนล้านบาท แต่ไม่เคาะตัวเลขขาดทุนจริงอ้างยังสรุปราคาขายข้าวที่เหลือไม่ได้

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) วันจะมีการพิจารณาเอกสารคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรของกระทรวงการคลัง ที่จัดทำออกมาว่าโครงการรับจำนำข้าวจะขาดทุน 2.6 แสนล้านบาท โดยคาดว่า กขช.จะสรุปตัวเลขในเอกสารว่าถูกต้องหรือไม่ เพื่อรับรองเอกสารฉบับดังกล่าว

ทั้งนี้ มีแนวโน้มที่กขช.จะไม่รับตัวเลขการขาดทุน 2.6 แสนล้านบาท แต่ก็ไม่สามารถสรุปตัวเลขขาดทุนโครงการรับจำนำออกมาได้ เนื่องจากยังมีสต๊อกข้าวที่ยังไม่ได้ระบายออกไปมากกว่า 10 ล้านตัน ทำให้ไม่สามารถทำราคาขายมาคำนวณต้นทุนเฉลี่ยของข้าวในสต๊อกรัฐบาลได้ เพราะต้องรอการระบายข้าวในสต๊อกให้หมดก่อน

"ที่ประชุมกขช.วันนี้ คงหารือกันเรื่องหลักการคำนวณข้าวในสต๊อกที่เหลืออยู่ ว่าควรใช้ราคาตลาด ราคาต้นทุนที่รับจำนำมา หรือราคาเฉลี่ยย้อนหลัง เมื่อไม่ได้ข้อสรุปตรงนี้ ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าสต๊อกที่เหลืออยู่มีมูลค่าเท่าไหร่ แม้ว่าหลักการเบื้องต้นการคำนวณจะเหมือนกันว่าจ่ายเงินเท่าไหร่ ได้เงินคืนมาเท่าไหร่"

อย่างไรก็ตาม การระบายข้าวที่ผ่านมาของกระทรวงพาณิชย์ มีการระบายข้าวแบบขายพ่วงข้าวเก่าและข้าวใหม่ออกไปให้กับลูกค้ารายเดียวพร้อมกัน โดยข้าวเก่าจะได้ราคาดีขึ้นกว่าปกติ ทำให้ราคาข้าวเก่าและข้าวใหม่เมื่อนำมาเฉลี่ยการขายแล้วได้ราคาที่เหมาะสม ดังนั้นการตั้งราคาขายข้าวสต๊อกที่เหลือจากนี้ไป จะใช้วิธีเดียวกันนี้เป็นหลัก เพราะทำให้สามารถขายข้าวได้ราคาสูง

แหล่งข่าว กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ทยอยส่งมอบข้าวที่ขายผ่านรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) 7.3 ล้านตัน ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายเมื่อปี 2555 ออกไปเกือบหมดแล้ว โดยราคาเฉลี่ยที่ขายได้อยู่ที่ตันละ 1.6 หมื่นบาท ส่วนปี 2556 กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาทำสัญญาขายข้าวสต๊อกรัฐบาลเพิ่มเติมมากกว่า 10 ล้านตัน คาดว่าจะทยอยส่งมอบจนครบอย่างเร็วที่สุดไม่เกินปี 2558 โดยประเทศที่ตกลงซื้อขายจากรัฐบาลไทย เช่น เกาหลีใต้ จีน แอฟฟริกา เป็นต้น

สำหรับ กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่อการขายระบายข้าวจีทูจีออกไป แต่ไม่มีตัวเลขปรากฎในการส่งออก ยืนยันว่าการขายข้าวจีทูจีครั้งนี้ เป็นการขายแบบหน้าคลังสินค้า ซึ่งจะมีผู้ส่งออกที่รับเป็นผู้ปรับปรุงข้าวก่อนส่งมอบให้กับลูกค้าต่างประเทศ ดังนั้นตัวเลขการส่งออกจะไปปรากฎยังผู้ส่งออกรายนั้นที่ปรับปรุงข้าวให้ เพราะหากไม่มีการระบายข้าวออกไป กระทรวงพาณิชย์จะสามารถส่งเงินคืนกระทรวงการคลัง 1.2 แสนล้านบาทได้อย่างไร และเชื่อว่าปีนี้จะสามารถส่งเงินคืนคลังเพิ่มเติมเป็น 2 แสนล้านบาท ตามแผนได้อย่างแน่นอน

ส่วนการเปิดระบายสต๊อกข้าวรัฐบาลให้กับภาคเอกชนในประเทศ ขณะนี้กำลังรอช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมอยู่ เพราะสถานการณ์ตลาดโลกข้าวโลกช่วงนี้ยังซบเซา เนื่องจากปีนี้ปริมาณผลผลิตข้าวในหลายประเทศเพิ่มสูงขึ้น แต่คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังสถานการณ์ตลาดข้าวโลกจะปรับตัวดีขึ้น

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในวันนี้ อาจจะเข้าชี้แจงข้อมูลการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวด้วยตัวเองว่ามีรายละเอียดและผลขาดทุนอย่างไร หากทาง กขช. ไม่ได้เชิญน.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดคลัง ที่เป็นประธานคณะกรรมการปิดบัญชี

นายอารีพงศ์ กล่าวว่า ส่วนการชี้แจงให้สถาบันการขาดทุนการจำนำข้าวให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์เซอร์วิส ยังต้องรอขอมูลที่ชัดเจนจากการประชุม กขช. เสียก่อน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาคลังได้มีการให้ข้อมูลกับมูดี้ส์ อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว

แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การปิดบัญชีจำนำข้าวของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีที่มี น.ส.สุภา เป็นประธาน นอกจากประเด็นตัวเลขขาดทุนจากการดำเนินการ 2.6 แสนล้านบาท ยังมีอีกหลายประเด็นที่คณะกรรมการปิดบัญชีได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าทำให้การดำเนินโครงการไม่มีประสิทธิภาพ เกิดการรั่วไหลและความเสียหาย

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการได้ตั้งข้อสังเกต โครงการรับจำนำมากกว่า 10 เรื่อง ตั้งแต่การลงทะเบียนเกษตรกรที่เข้าโครงการรับจำนำของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และการออกใบประทวนขององค์การคลังสินค้า (อคส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) ที่ไม่ความรัดกุม

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการใช้เงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ใช้เงินเกินสภาพคล่อง 9 หมื่นล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ โดยอ้างว่าเป็นเงินสำรองจ่ายเป็นการทำเกินมติ ครม. ซึ่งการประชุม ครม. ล่าสุดได้มีการออกมติ ครม. ให้ครอบคลุมย้อนหลัง

ขณะที่การเก็บรักษาข้าว และการระบายข้าว คณะกรรมการปิดบัญชียังตั้งข้อสังเกตว่า ไม่มีความโปร่งใส และกระทรวงพาณิชย์ไม่รายงานให้มีการตรวจสอบ ทำให้การทำการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวทำได้ลำบาก เพราะได้ข้อมูลไม่ครบ และไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ในการประชุม กขช. คาดว่าจะมีการสรุปปัญหาต่างๆ ให้มีความชัดเจน ส่วนข้อมูลที่เปิดเผยยังเป็นทางการต้องให้นายวราเทพ รัตนากร รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรี ตั้งให้เป็นผู้ชี้แจงข้อมูลโครงการรับจำนำข้าวเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนคลาดเคลื่อนเหมือนที่ผ่านมา

นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เรียก น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร เข้าหารือที่ห้องทำงาน ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยนายวราเทพ ให้สัมภาษณ์หลังหารือว่า น.ส.สุภา ยืนยันว่า ข่าวที่มีระบุว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลขาดทุน 2.6 แสนล้านบาทไม่จริง

“ผมได้ถามตัวเลขการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวว่าขาดทุน 2.6 แสนล้านบาท จริงหรือไม่ น.ส.สุภาตอบว่า ไม่ทราบ และไม่มีอยู่ในรายงานของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ”นายวราเทพ กล่าว

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.56 เวลา 16.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันที่ผ่านมาหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ และคณะอนุกรรมการข้าวระดับจังหวัด ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ได้พากันเร่งลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบสต็อกเพื่อหาตัวเลขปริมาณข้าวที่แท้จริงในโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาล อย่างเป็นการเร่งด่วน หลังจากที่ได้รับหนังสือสั่งการตรงจาก

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน ลงวันที่ 11 มิ.ย.56 ให้เร่งทำการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน ระหว่างวันที่ 12-14 มิ.ย.56 และให้รายงานเข้าไปยังหน่วยงานต้นสังกัดอย่างเร่งด่วนทุกจังหวัด ที่มีคลังกลาง และโรงสี อยู่ในพื้นที่

ขณะที่ จ.ฉะเชิงเทรา นั้น มีโรงสี และจุดรับจำนำข้าว รวมถึงคลังกลางรวมทั้งสิ้น 51 แห่ง ที่จะต้องเร่งทำการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน ตามหนังสือสั่งการดังกล่าว แต่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ และพร้อมที่จะตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวเพียง 2 หน่วยงานเท่านั้น คือ สำนักงานการค้าภายในจังหวัด และพาณิชย์จังหวัด

ซึ่งเชื่อว่าการเร่งสั่งการให้มีการตรวจสอบข้อมูลปริมาณข้าวที่ชัดเจนใหม่ทั้งหมดในครั้งนี้ น่าจะนำไปใช้เป็นข้อมูลเพื่อนำไปประมวลผลนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ 18 มิ.ย.56 นี้ ให้เกิดความกระจ่างมากขึ้น

หลังจากในช่วงที่ผ่านมา นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.กระทรวงพาณิชย์ ยังตอบคำถามสังคมผ่านทางสื่อได้อย่างไม่ชัดเจน รวมถึงการชี้แจงข้อมูลต่อนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรี ในการประชุมที่ จ.กำแพงเพชร ด้วย จนต้องมีการเพิ่มตัวช่วยอย่าง นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกเข้ามามีส่วนรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลในโครงการรับจำนำข้าวดังกล่าวทั้งหมด

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน