posttoday
ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 27 ยุทธศาสตร์ฮับสิงคโปร์ (2)

ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 27 ยุทธศาสตร์ฮับสิงคโปร์ (2)

12 มิถุนายน 2556

ทราบมั้ยครับว่า ประเทศเดียวที่สิงคโปร์มองว่าต้องแข่งขันด้วยในภูมิภาคนี้ไม่ใช่ไทย แต่เป็นฮ่องกง สิงคโปร์ถือว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของอาเซียนมาตลอด ขณะที่ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของเอเชีย

ทราบมั้ยครับว่า ประเทศเดียวที่สิงคโปร์มองว่าต้องแข่งขันด้วยในภูมิภาคนี้ไม่ใช่ไทย แต่เป็นฮ่องกง สิงคโปร์ถือว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของอาเซียนมาตลอด ขณะที่ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของเอเชีย

ขณะที่ฮ่องกงใช้ความเป็นประตูไปสู่จีนแผ่นดินใหญ่ เป็นจุดดึงดูดให้ธุรกิจระดับโลกมาทำธุรกิจและลงทุนในฮ่องกง สิงคโปร์รู้ตัวดีว่าประเทศของตัวเองเล็กและแทบไม่มีทรัพยากรอะไรเลย นอกจาก “คน” สิงคโปร์จึงเน้นพัฒนาประเทศโดยให้ความสำคัญกับ “คน” และพัฒนาประเทศจนกระทั่งสิงคโปร์มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ด้านความโปร่งใสและความง่ายในการลงทุนทำธุรกิจ ติดอันดับต้นๆ ของโลก

เมื่อเปิด AEC สิงคโปร์มองเห็นว่าประเทศสมาชิกของ AEC จะเนื้อหอมและมีอนาคตเติบโตได้อีกมาก ดังนั้นจึงเตรียมตัวเองเพื่อรักษาแชมป์การเป็นศูนย์กลางของ AEC เอาไว้ให้ได้จากการท้าชิงของประเทศอื่นๆ โดยใช้ยุทธศาสตร์ที่วางตำแหน่งประเทศเป็นศูนย์กลางการเจรจาการค้าเสรีหรือ FTA เพื่อที่จะสร้างเสน่ห์ให้ธุรกิจต่างๆ ยังสนใจที่จะมาใช้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางลงทุนและทำธุรกิจต่อไป

ตอนนี้สิงคโปร์เจรจาการค้าเสรีครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลกและน่าจะเป็นประเทศที่มีข้อตกลงการค้าเสรีมากที่สุดในโลก แม้กระทั่งประเทศจีนซึ่งทางอาเซียนได้มีข้อตกลงการค้าเสรีกับจีนแล้ว สิงคโปร์ก็ยังไปเจรจาการค้าเสรีกับจีนเพิ่มเติมพิเศษเฉพาะสิงคโปร์เองอีกด้วย

น่าสนใจนะครับว่าฮ่องกงที่พยายามสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงกับเมืองใหญ่ของจีน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว ฯลฯ เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางระหว่างฮ่องกงกับจีน คล้ายๆ กับที่ไทยต้องการจะเป็นศูนย์กลางของ AEC ด้วยการเชื่อมโยงตัวเองกับเพื่อนบ้าน เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ที่สร้างตัวเองเป็นศูนย์กลางการเจรจาการค้าเสรี ใครจะชนะใจธุรกิจระดับโลก

ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์นักธุรกิจที่มาทำมาค้าขายทั้งในสิงคโปร์และฮ่องกง ว่าระหว่างสามประเทศ คือ สิงคโปร์ ฮ่องกงและไทย ประเทศไหนน่ามาทำธุรกิจและลงทุนที่สุด?

นักธุรกิจเกือบทั้งหมดที่ผมสัมภาษณ์ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เรื่องโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ความโปร่งใสและเป็นธรรม รวมถึงความง่ายในการทำธุรกิจนั้น สิงคโปร์และฮ่องกงสูสีกันมาก แต่สิ่งที่ทำให้สิงคโปร์มีภาษีดีกว่าคือความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษที่เก่งกว่าครับ

ที่สำคัญโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์นั้น นอกจากจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสอนแล้ว ยังเปิดกว้างและเข้าง่ายกว่าสำหรับลูกๆ ของนักธุรกิจเหล่านั้นเมื่อเปรียบกับฮ่องกง

ความเห็นของนักธุรกิจเหล่านี้สอดคล้องกับจำนวนนักธุรกิจต่างชาติที่ลดลงในฮ่องกง สวนทางกับในสิงคโปร์ซึ่งเพิ่มขึ้น

ส่วนไทยนั้น นักธุรกิจกลุ่มนี้ชอบเมืองไทยนะครับ แต่ชอบแบบเอาไว้มาเที่ยวเล่นพักผ่อนในวันหยุดมากกว่าจะมาทำงานที่เมืองไทยของเรา

เห็นมั้ยครับว่าการจะเป็นศูนย์กลางของ AEC อย่างที่ไทยเราอยากเป็นนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย เราคงจะต้องศึกษาประเทศที่เขาคิดได้ทำเป็น และต้องคิดอย่างมียุทธศาสตร์มากขึ้นกว่านี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท