
สีสัน
มองปฏิทินเดือน มิ.ย.ทีไร ทุกท่านรู้สึกเหมือนกันไหมครับว่า ปฏิทินเดือนนี้ ช่าง “ไร้สีสัน” เสียเหลือเกิน
มองปฏิทินเดือน มิ.ย.ทีไร ทุกท่านรู้สึกเหมือนกันไหมครับว่า ปฏิทินเดือนนี้ ช่าง “ไร้สีสัน” เสียเหลือเกิน
จะไม่ไร้สีสันได้อย่างไรละครับ เดือนนี้ของทุกปี แทบจะ “ไม่เค้ยไม่เคย” มีวันสำคัญ วันเทศกาล หรือวันหยุดใดๆ ให้วันบนปฏิทินได้เปลี่ยนสีเลยสักนิด
แต่ที่ฟิลิปปินส์วันนี้ (12 มิ.ย.) เป็นวันสำคัญมากครับ เพราะวันนี้เป็นทั้งวันชาติ และวันประกาศอิสรภาพ
ถ้าให้เล่าความสำคัญแบบจบใน 10 วินาที หลังจากที่ฟิลิปปินส์ตกอยู่ใต้การปกครองของสเปนเป็นเวลานาน พอสหรัฐเข้ามาช่วยต่อสู้จนชนะสเปนได้ ฟิลิปปินส์จึงประกาศอิสรภาพในปี พ.ศ. 2441 ทำให้วันนี้กลายเป็นวันชาติ และวันระลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว
การจัดงานในวันนี้ ก็คล้ายคลึงกับการจัดงานวันชาติในหลายประเทศ มีขบวนพาเหรดยิ่งใหญ่จากกองทัพทหารและตำรวจ ตลอดจนมีการประดับประดาธงชาติอยู่ทั่วไป
ว่าถึงเรื่องการจัดขบวนพาเหรดแล้วก็พานให้นึกถึงเทศกาล ว่ากันว่าฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่รัก “สีสัน” ไม่แพ้ประเทศไทย
ด้วยความรักสีสัน ปนๆ “รักสนุก” นี้เอง ทำให้ชาวปินอยชอบใช้จ่าย ชอบกิน ชอบเที่ยว ชอบเดินห้าง ชอบเข้าสังคม ชอบทำอะไรก็ได้นอกบ้าน ที่สำคัญคือหน้าใหญ่ ชนิดที่หลายคนบอกว่า “เงินไม่มีไม่เป็นไร ความหรูหราต้องมาก่อน”
พูดถึงพฤติกรรมทำนองนี้ จะบอกว่าเป็นแค่พฤติกรรมของชาวฟิลิปปินส์ชาติเดียวคงไม่ได้ เพราะชาติอื่นๆ ในอาเซียนหลายๆ ชาติ รวมถึงไทย ก็มีพฤติกรรมคล้ายๆ กัน
มองในแง่ดี พฤติกรรมนี้เป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจมาก ลงทุนอะไร ขายสินค้าอะไร ก็มีโอกาสได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ขายดีกันไปเทน้ำเทท่า เผลอๆ จะขายดีจนต้องเทท่าใหญ่ขนาดแหลมฉบังหรือทวาย (ฮา)
แต่หากมองอีกแง่ เราอาจกล่าวได้ว่าพฤติกรรมนี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของภูมิภาค
เพราะดูให้ดีจะเห็นว่าพฤติกรรมลักษณะนี้ คือการใช้จ่ายแบบ “ยินดีเป็นหนี้” โดยไม่คำนึงว่าจำเป็นต้องเป็นหนี้หรือไม่ ที่สำคัญคือ พร้อมจะใช้หนี้เมื่อไรนั้น ยังตกอยู่ภายใต้เครื่องหมายคำถาม
กลับไปที่ฟิลิปปินส์ การใช้จ่ายเยอะ ส่งผลให้คนระดับบนของภาคธุรกิจเติบโต ขณะที่คนทำมาหากินทั่วไป ยังคงยากจน เข้าข่ายประเทศรวยกระจุก จนกระจาย ผลที่ตามมาขั้นสุดท้ายคือ “อาชญากรรม”
ฟิลิปปินส์กลายเป็นประเทศที่มีอัตราการลักเล็กขโมยน้อยสูง เพราะพฤติกรรมและวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกับสังคม ประกอบกับประเทศขาดแนวทางการกระจายรายได้
ยังไม่นับรวมปัญหาคอร์รัปชันที่ทำให้เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ถดถอยลงไปเป็นเวลานาน
หากพฤติกรรมของคนในอาเซียนยังคงเป็นแบบเดิม นิยมเข้าสังคมด้วยความหรูหรา หน้าตาและสีสันในสังคมต้องมาก่อน ผลคือเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว เศรษฐกิจของแต่ละประเทศคงดีขึ้น แต่ประชาชนของแต่ละประเทศยังจนเหมือนเดิม
สิ่งที่ทั่วทั้งอาเซียนควรเร่งดำเนินการ คือ สอนคนให้รู้จัก “เก็บ” มากกว่ารู้จัก “ใช้” และเชื่อเถอะครับว่าเราไม่ต้องสอนคนอาเซียนให้รู้จักใช้เพิ่มเติมแล้ว
ตัวเราเองแต่ละคนก็ต้องตระหนักไปพร้อมกันด้วยครับว่า สีสัน คือมายา ความมั่นคงของประชา คือ ของจริง







