
คนไทยได้เฮญี่ปุ่นเว้นวีซ่า
ดีเดย์ ส.ค.นี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยกเว้นวีซ่าให้คนไทยเข้าประเทศ คาดทัวร์เพิ่ม 20%
ดีเดย์ ส.ค.นี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยกเว้นวีซ่าให้คนไทยเข้าประเทศ คาดทัวร์เพิ่ม 20%
นายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกการทำวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยและมาเลเซีย เริ่มตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศญี่ปุ่นและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการยกเลิกวีซ่าตลาดนักท่องเที่ยวไทยและมาเลเซีย เพราะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่นิยมเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น
“เชื่อว่าการยกเลิกวีซ่า ราคา 1,500 บาท/คน จะกระตุ้นให้คนไทยเดินทางไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 20% โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง และปีนี้คาดว่าคนไทยจะเดินทางไปญี่ปุ่นประมาณ 4 แสนคน สูงกว่า 3 แสนคนในปีที่ผ่านมา” นายเอนก กล่าว
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวครึ่งปีหลังจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยประมาณ 26 ล้านคน เติบโต 17% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2424.5 ล้านคน เติบโต 13%
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตต่อเนื่อง คือสถานการณ์ความมั่นคง รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากจีนที่ช่วงเดือน ม.ค.เม.ย.ที่ผ่านมา เดินทางมาไทยกว่า 1 ล้านคน เฉลี่ยเดือนละ 3.8 แสนคน/เดือน เติบโต 52% และปีนี้คาดว่าคนจีนจะเดินทางมาไทย 4 ล้านคน สูงกว่าปีก่อนหน้าที่มา 2.7 ล้านคน
“ความผันผวนทางเศรษฐกิจยังไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย วัดได้จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยว 600 รายทั่วประเทศ ยังเชื่อมั่นว่านักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติจะเดินทางท่องเที่ยวไทยสูงสุดในรอบ 3 ปี และมองว่าอัตราค่าเงินบาทแข็งค่าไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางมา” นางปิยะมาน กล่าว
อย่างไรก็ตาม สทท.ต้องการให้ภาครัฐเร่งหามาตรการสนับสนุนให้คนไทยเที่ยวในประเทศ โดยให้สามารถนำใบเสร็จค่าที่พักโรงแรม บริษัททัวร์ มาลดหย่อนภาษีรายได้ปีละ 1.5 หมื่นบาท เป็นเวลาอย่างน้อย 510 ปี เพื่อจูงใจให้คนไทยเลือกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศแทนต่างประเทศ ผลักดันให้รายได้ตลาดในประเทศเป็น 1.1 ล้านล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า ใกล้เคียงรายได้ตลาดต่างประเทศ
นอกจากนี้ เอกชนท่องเที่ยวต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาที่หมักหมมมานาน 5 เรื่องอย่างเร่งด่วน คือ 1.การสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว 2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 3.การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว รองรับการเติบโต 4.แผนกระตุ้นตลาดในประเทศ และ 5.ปัญหาการตัดราคา







