posttoday
กองโรงไฟฟ้าอมตะฯพร้อม

กองโรงไฟฟ้าอมตะฯพร้อม

12 มิถุนายน 2556

คาดเดือนกค.ขายได้ยันความเสี่ยงต่ำชี้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้

คาดเดือนกค.ขายได้ยันความเสี่ยงต่ำชี้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้

กองทุนโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ เปิดตัวครั้งแรก ยืนยันความเสี่ยงต่ำ รายได้มั่นคง คาดขาย ก.ค.

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. กลุ่มบริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย และธนาคารกสิกรไทย จัดงานสัมมนาเรื่องกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ABPIF : ความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าสู่โอกาสแห่งความมั่งคั่ง ซึ่งเป็นการเปิดตัวและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ABPIF) ให้กับนักลงทุนเป็นครั้งแรก

กองทุน ABPIF จะลงทุนในสิทธิในการรับผลประโยชน์จากการประกอบกิจการไฟฟ้าของบริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 2 โรง คือ บี.กริม 1 และ 2 ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 350 เมกะวัตต์ ระยะเวลาประมาณ 9 ปี มูลค่าโครงการ 6,500ล้านบาท

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า โรงไฟฟ้าทั้ง 2 โรงเปิดดำเนินการมากว่า 10 ปีแล้ว โดยมีรายได้ที่มั่นคงจากสัญญาซื้อขายไฟกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประมาณ 4050% ของรายได้รวม และรายได้จากสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับอุตสาหกรรมประมาณ 4555% โดยตั้งแต่ปี 2552–2555 โรงไฟฟ้าทั้งสองมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมและค่าจัดจำหน่าย ซึ่งไม่รวมกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยปีละ 1,360.5ล้านบาท

“ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมมีประมาณ 1,000 ราย แต่เราเลือกลูกค้ารายใหญ่ซึ่งตั้งแต่ต้นยังไม่มีลูกค้ารายใดยกเลิกสัญญาเลย มีแต่เข้าคิวซื้อ กำลังการผลิตที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเงินที่ได้จากการตั้งกองทุนจะนำไปใช้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่” นางปรียนาถ กล่าว

นางปรียนาถ กล่าวอีกว่า หากได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนก็มีความเป็นไปได้ที่จะนำโรงไฟฟ้าอื่นๆ มาจัดตั้งเป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานอีก

นายสุรเดช เกียรติธนากร ผู้บริหารกลุ่มวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย ประเมินว่า กองทุนจะมีผลตอบแทนจากเงินปันผลไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยตราสารหนี้ของบริษัทในกลุ่มพลังงาน ซึ่งในปัจจุบันตราสารหนี้อายุ 56 ปี ให้ดอกเบี้ยประมาณ 45% ต่อปี โดยกองทุนจะทยอยจ่ายคืนเงินต้นพร้อมกับผลตอบแทน

“คาดว่าจะสามารถเปิดขายได้ในช่วงต้นไตรมาส 3 ปีนี้” นายสุรเดช กล่าว

นายจงรัก รัตนเพียร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวว่า หลังจากนี้จะเดินสายให้ข้อมูลนักลงทุนในประเทศต่อเนื่อง ทั้งนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี โดยไม่ได้มีเป้าหมายขายให้กับนักลงทุนต่างชาติ

นายจงรัก กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ยื่นขอจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 แห่ง มูลค่า 5,000 ล้านบาท ของบริษัท เอสพีซีจี (SPCG) ไปแล้ว และคาดว่าจะสามารถเปิดขายได้ในไตรมาส 3 นี้เช่นเดียวกัน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ