
สานฝัน"สตาร์ตอัพส์" ไทยแจ้งเกิดเวทีโลก
ความพยายามส่งเสริมนักพัฒนาแอพพลิเคชันไทยยังคงมีอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้นทุกขณะ
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ความพยายามส่งเสริมนักพัฒนาแอพพลิเคชันไทยยังคงมีอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ปัญหาหลักในเรื่องของการหาเงินทุนกำลังได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยการก้าวเข้ามาของผู้ให้บริการมือถือ ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญที่จะช่วยทำตลาดและพาให้ผลงานแอพของคนไทยได้รับความสนใจบนเวทีระดับโลก และได้รับเงินทุนจากนักลงทุนต่างประเทศ
ฟาดิ บิชารา ผู้ก่อตั้งบริษัท แบล็คบ็อกซ์ จากซิลิคอน แวลลีย์ ผู้มีความรู้ประสบการณ์ในการก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่หรือที่เรียกว่า สตาร์ตอัพส์ ให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ ได้เดินทางมาประเทศไทยและอาเซียนเป็นครั้งแรก เพื่อพิจารณาจับคู่ความต้องการของกองทุนเพื่อการร่วมลงทุนกับนักพัฒนาแอพไทยพร้อมให้คำปรึกษาด้านการดำเนินงานกับนักธุรกิจไอทีหน้าใหม่
ถ้ากล่าวถึงบริษัทสตาร์ตอัพส์ที่มีชื่อเสียงในด้านพัฒนาแอพนับร้อยแห่งผ่านการช่วยเหลือของ ฟาดิและแบล็คบ็อกซ์ เช่น Chromatic Research/ATI Intraspect/VGNT Inktomi/YHOO PeakStream/GOOG SixAprt/SayMedia Blurb, Bebo/AOL Splunk/SPLK Zynga/ZNGA Lala/AAPL Tapulous/DIS CubeTree/SFSF ShopKick และ Apture/GOOG ดังนั้นการมาถึงประเทศไทยของฟาดิ จึงเป็นโอกาสด้านเงินทุนของสตาร์ทอัพส์ไทย
สำหรับปีที่ผ่านมา แบล็คบ็อกซ์ ได้ร่วมกับ กูเกิล ใช้เงินลงทุนร่วมกับกลุ่มสตาร์ตอัพส์ทั่วโลกกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปีนี้ถ้าจะมีส่วนหนึ่งเกิดขึ้นในประเทศไทยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าสามารถคิดค้นและพัฒนาผลงานได้เข้าตากรรมการ
ฟาดิ เล่าว่า สตาร์ตอัพส์จากกลุ่มประเทศเช็กและสโลวัก ใช้เวลา 10 เดือนในการพัฒนาผลงานหลังจากได้รับเงินทุน และสามารถหารายได้ 600 ล้านบาท สำคัญคือต้องมี ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี และการทำตลาด โดยทั้งหมดต้องผสมผสานกันจนกลายเป็นผลงานที่สามารถแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้ให้ได้
“5ปัจจัยสู่ความสำเร็จคือ ต้องมีทีมที่ดี ทำงาร่วมกันได้ มีแอพฯ ที่ดีผ่านการคิด มีการทำตลาด มีการเงินสนับสนุน และต้องมีลูกค้า” ฟาดิ กล่าว
ครั้งนี้ โครงการ ดีแทค แอคเซอร์เลอร์เรส ได้เชิญ ฟาดิ มาแนะนำ 20 ทีมสตาร์ตอัพส์ไทย และเห็นว่ามี 34 ทีมที่น่าสนใจเป็นพิเศษ ขณะที่ทีมอื่นๆ ยังเรียนรู้และพัฒนาได้อีกมาก ซึ่งสิ่งสำคัญที่นักพัฒนาไทยมี และมีส่วนช่วยได้มากคือ ความอ่อนน้อมถ่อมตน เพราะแอพก็เหมือนธุรกิจบริการ ต้องคิดถึงจิตใจของผู้ใช้เป็นหลัก
นอกจากนี้ การมีจิตใจอ่อนน้อมถ่อมตน จะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายเพื่อน นั่นคือพันธมิตร ที่ปรึกษา และลูกค้า ซึ่งมีส่วนสำคัญกว่าเงินทุน
“เฟซบุ๊กเป็นตัวอย่างดีที่เน้นพัฒนาสินค้า จากนั้นลูกค้าจะมาใช้งาน และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมนักลงทุนจะตามมาทีหลัง ไม่เช่นนั้นอาจไปผิดทางได้ หลายบริษัทในยุโรปเน้นหานักลงทุนก่อน ทำให้เป้าหมายผิดพลาดไป คือเป็นแอพที่เน้นหารายได้อย่างเดียว” ฟาดิ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าสตาร์ตอัพส์ไทยยังขาดประสบการณ์อีกมาก ในต่างประเทศสตาร์ตอัพส์อาศัยการร่วมมือกัน 35 ปีในการพัฒนาแอพด้วยกัน เช่น Wace Soundcloud เป็นแอพฯ ที่พัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพน่าใช้งานและมีโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจ ซึ่งสตาร์ตอัพส์ไทยต้องอาศัยการทำงานหนัก และใช้จุดเด่นการแบ่งปันความคิดความรู้ระหว่างกันเพื่อนำมาปรับปรุงผลงานให้ดียิ่งขึ้น และสนับสนุนไทยก้าวขึ้นสู่การเป็น สตาร์ตอัพส์ คอมมูนิตี ของภูมิภาคนี้ และจะเป็นสะพานเชื่อมให้นักพัฒนาไปสู่ซิลิคอน แวลลีย์ที่มีทั้งพันธมิตรและนักลงทุนจำนวนมากพร้อมร่วมมือด้วยอยู่แล้ว
การสนับสนุนการพัฒนาแอพให้สำเร็จก็เปรียบได้กับ การมีคนที่ไปดวงจันทร์สำเร็จมาแล้ว และกำลังมาแนะนำว่าควรทำอย่างไรจึงจะได้ไปดวงจันทร์ ทีละขั้นทีละตอน แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะไปได้ แต่การได้รู้วิธีการและทางลัด นั่นคือโอกาสที่จะมีคนไทยคนแรก และคนต่อๆ ไป ได้ไปเหยียบดวงจันทร์เช่นกัน







