
ธีระชัยห่วงเงินไหลออกสะเทือนอสังหาฯ
ธีระชัย โพสต์ เฟซบุ๊ก ห่วงทุนนอกไหลออก กระทบภาคธุรกิจอสังหาฯสะเทือนสถาบันการเงิน
ธีระชัย โพสต์ เฟซบุ๊ก ห่วงทุนนอกไหลออก กระทบภาคธุรกิจอสังหาฯสะเทือนสถาบันการเงิน
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก "Thirachai Phuvanatnaranubala " ถึงสถานการณ์ดัชนีหุ้นไทยตกลงอย่างหนักเนื่องจากต่างชาติทยอยขายหุ้นอย่างต่อเนื่อง ว่า มีเพื่อนสอบถามผม ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมต่างชาติจึงขายหุ้น และส่งเงินออก
ที่ผ่านมาหลายปีนับจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ สหรัฐได้พิมพ์เงินออกมามากด้วยมาตรการ QE เงินที่ท่วมในสหรัฐ ก็ไหลเข้าไปยังประเทศกำลังพัฒนา ทำให้ค่าเงินแข็ง และดันราคาทรัพย์สินในประเทศเหล่านี้ให้สูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้น และตลาดอสังหาริมทรัพย์
ขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐส่งอาการ ที่จะฟื้นตัวแบบยั่งยืนแล้ว ต่อไป การพิมพ์เงินดอลลาร์ จึงจะลดลง หากจะมีการปรับดอกเบี้ยสหรัฐ ก็จะเป็นทิศทางขึ้นเสียแล้ว เงินที่ไหลเข้าประเทศกำลังพัฒนา จึงเริ่มกลับไหลออก
ตัวอย่างที่ชัดที่สุด ก็คือประเทศบราซิล ซึ่งเดิมเงินไหลเข้า มากเสียจนเงินแข็ง ทางการต้องใช้มาตรการเก็บภาษีนักลงทุนต่างประเทศ แต่มาวันนี้ เงินกลับไหลออก ทางการบราซิลรีบยกเลิกภาษีดังกล่าว
เงินที่ไหลออก ทำให้ค่าเงินของบราซิลกลับอ่อนมาก จนเริ่มดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ล่าสุดธนาคารกลางของบราซิล ต้องปรับดอกเบี้ยสูงขึ้น จากร้อยละ 7.5 เป็นร้อยละ 8 เพื่อมิให้เงินเฟ้อซึ่งสูงถึงร้อยละ 6 ต้องบานเบิกออกไป
กรณีบราซิล นอกจากเงินไหลออกตามวัฎจักรปกติแล้ว ปรากฏว่ายังมีปัญหาที่กระทรวงการคลัง ได้พยายามทำบัญชีของรัฐแบบมั่วตัวเลข เพื่อหลอกชาวบ้านว่ารัฐบาลขาดดุลงบประมาณน้อยกว่าที่เป็นจริง ทำให้เสียเครดิตต่อนักลงทุนต่างชาติอีกด้วย
หันกลับมาดูประเทศไทย เห็นได้ชัดว่า ข้อกังวลเรื่องบาทแข็ง ต่อไปนี้คงจะเบาลง และยิ่งมีการถกเถียงกันในประเทศ เกี่ยวกับภาระของรัฐที่ยังไม่ชัดเจนเสียที ก็ย่อมกระทบความสบายใจของนักลงทุนต่างชาติไม่มากก็น้อย
จะเห็นได้ว่า นักลงทุนต่างชาติได้ขายพันธบัตรรัฐบาลที่เดิมลงทุนไว้ออกไปบ้างแล้ว ทำให้ดอกเบี้ยสำหรับอายุยาวสูงขึ้นไปเล็กน้อย
จากนี้ไป ถ้าเงินยังไหลออกเรื่อยๆ บาทจะอ่อน และโอกาสที่กรรมการนโยบายการเงินจะปรับดอกเบี้ย ให้ลดลงไปอีกหรือไม่นั้น คงจะมีน้อยทีเดียว และทั้งนี้ เมื่อใดที่บาทที่อ่อน เริ่มมีผลดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น แนวโน้มดอกเบี้ย แทนที่จะเป็นขาลง หรือทรง จะกลับเป็นขาขึ้นเสียด้วยซ้ำ
สิ่งที่สำคัญสำหรับประเทศไทย คือเงินที่กลับไหลออก จะมีผลอย่างไรต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์
ผมเคยเขียนไว้ว่า การที่กระทรวงการคลังได้ปล่อยให้เงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตรจำนวนมาก โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังไม่ได้มีแนวคิดที่จะใช้อำนาจ เพื่อออกมาตรการชะลอเงินไหลเข้าไว้บ้างเลย เอาแต่พยายามกดดัน กนง. ให้ลดดอกเบี้ย
นโยบายดังกล่าวของกระทรวงการคลัง จึงมีผลทำให้มีโครงการที่สามารถตักตวงเงินที่ไหลเข้ามาในตลาดพันธบัตรเอาออกไปใช้นั้น ทำธุรกิจบูมจนมากเกินไป โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
เมื่อเงินเริ่มไหลออก ก็ย่อมจะกระเทือนธุรกิจแบบนี้ ต่อไปนี้ จึงควรจะมีการติดตามธุรกิจและโครงการเหล่านี้อย่างไกล้ชิด เพื่อรักษาความเข้มแข็งของระบบสถาบันการเงินให้เป็นที่มั่นใจ







