
พลังงานสรุปไฟดับภาคใต้เป็นเหตุสุดวิสัย
รมว.พลังงานเผยผลสอบเหตุไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้ เป็นเหตุสุดวิสัยเหนือการควบคุม สั่ง 3 การไฟฟ้าเตรียมมาตรการระยะสั้น-ยาว
รมว.พลังงานเผยผลสอบเหตุไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้ เป็นเหตุสุดวิสัยเหนือการควบคุม สั่ง 3 การไฟฟ้าเตรียมมาตรการระยะสั้น-ยาว
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยผลสรุปข้อเท็จจริงกรณีไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 56 เวลาประมาณ 18.52 น. ว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของ กฟผ. เนื่องจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้พยายามควบคุมการจ่ายไฟตามคู่มือปฏิบัติที่กำหนดไว้ทุกขั้นตอนแล้ว แต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
สำหรับสาเหตุสรุปได้ 3 ประเด็น คือ 1.สายส่ง 500 เควี จอมบึง-บางสะพาน 2 วงจรที่ 2 ถูกปลดเพื่อบำรุงรักษาฉุกเฉิน (Unplanned) 2. เกิดฟ้าผ่าบนสายส่ง 500 เควี จอมบึง-บางสะพาน 2 วงจรที่ 1 และ 3. ระบบ HVDC ที่ กฟผ. รับไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซียเกิดขัดข้องทำให้ระบบไฟฟ้าของภาคใต้ถูกแยกออกจากระบบไฟฟ้าหลักของประเทศ หลังจากนั้นก็เกิดไฟฟ้าดับทั้ง 14 จังหวัดในภาคใต้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในระยะเวลาที่สั้นมาก คือประมาณ 5.2 วินาที
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ กฟผ. เริ่มทยอยนำสายส่งเชื่อมโยงระหว่างภาคกลางกับภาคใต้ ทั้งระบบ 500 เควี และ 230 เควี เข้าใช้งานตามลำดับ เพื่อใช้ในการเริ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้า สามารถเริ่มจ่ายไฟฟ้าให้กับสถานีไฟฟ้าแรงสูงหลังสวน จังหวัดชุมพรเป็นแห่งแรก ตั้งแต่เวลา 19.05 น. และสามารถทยอยจ่ายไฟฟ้าครบทุกสถานีไฟฟ้าแรงสูงในภาคใต้ของ กฟผ. ในเวลา 20.12 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามคู่มือปฏิบัติที่กำหนดไว้ในทุกขั้นตอน
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ได้กำหนดแนวทางป้องกันปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยได้สั่งการให้ 3 การไฟฟ้า คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประชุมร่วมกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยแผนระยะสั้นให้ทบทวนการตั้งค่าและปรับปรุงการทำงานของอุปกรณ์ ฝึกซ้อมแผนการปฏิบัติการควบคุมระบบไฟฟ้าในสภาวะวิกฤต และการกู้ระบบไฟฟ้ากลับคืนเพื่อช่วยลดระยะเวลาการเกิดไฟฟ้าดับ ทบทวนแผนการทำงานบำรุงรักษาระบบส่งและโรงไฟฟ้าภาคใต้ให้มีความสอดคล้องกัน ส่วนระยะยาวจะมีการทบทวนภาพรวมการวางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้า โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงของระบบไฟฟ้าทั้งประเทศ







