
ขายตรงไทยยังคึกแบรนด์ใหม่โดดลุย
แบรนด์ใหม่ตบเท้าลุยธุรกิจขายตรง ไรเดอร์ พลัส ผุดธุรกิจขายตรงปุ๋ย ไทยเฮลท์ สยายปีกอาเซียนปีหน้า
แบรนด์ใหม่ตบเท้าลุยธุรกิจขายตรง ไรเดอร์ พลัส ผุดธุรกิจขายตรงปุ๋ย ไทยเฮลท์ สยายปีกอาเซียนปีหน้า
นายปานวัฒน์ กูรมาภิรักษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไรเดอร์ พลัส อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า ได้ทุ่มงบ 20 ล้านบาท เปิดบริษัท ไรเดอร์ พลัส เพื่อดำเนินธุรกิจขายตรงจำหน่ายปุ๋ยชนิดผงและน้ำ รวมทั้งสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ในรูปแบบขายตรงชั้นเดียวและหลายชั้น
ทั้งนี้ บริษัทได้เข้าไปร่วมทุนโรงงานปุ๋ยและสินค้าเกษตร 12 ล้านบาท โดยถือหุ้นสัดส่วน 50% ที่ จ.ลำปาง ซึ่งได้เพิ่มกำลังการผลิตจาก 2,000ตันต่อปี เป็น 4,0005,000ตันต่อปี ส่วนสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามเป็นการนำเข้าและจ้างบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญผลิต
สำหรับงบอีก 8 ล้านบาท ใช้ในการจัดตั้งบริษัทและเปิดศูนย์จัดจำหน่าย 2 สาขา และคลังสินค้าย่อย 11 สาขา โดยปีนี้จะเพิ่มเปิดศูนย์จัดจำหน่ายอีก 3 สาขา ซึ่งศูนย์จำหน่ายแต่ละสาขาต้องเปิดคลังสินค้าย่อย 10 สาขา ภายใน 3 ปี คาดว่าจะมีศูนย์จัดจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศ
“ปัจจัยที่รุกตลาดขายตรงปุ๋ย เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่มาก ซึ่งเกษตรกรต้องใช้ในการเกษตร ทำให้เล็งเห็นถึงศักยภาพและโอกาสของตลาด โดยจะเน้นเจาะกลุ่มเกษตรที่ปลูกไม้ยืนต้น เพราะเป็นพืชที่ต้องใช้ปุ๋ยในปริมาณที่มากขณะเดียวกันอยู่ระหว่างศึกษาธุรกิจประกันขึ้นมาเสริมอีกหนึ่งธุรกิจ ”นายปานวัฒน์ กล่าว
ขณะที่แผนงานในปีแรกเน้นการเปิดศูนย์จัดจำหน่ายที่ภาคใต้ เพื่อเจาะกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกสวนยางในปริมาณที่มาก และจะเริ่มเปิดภาคอื่นในปีถัดไป ตั้งเป้ายอดขายปีแรก 15 ล้านบาท
ด้านนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยเฮลท์ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงปีนี้ซบเซา จากกำลังการซื้อที่ลดลงของผู้บริโภค ส่วนแผนของบริษัทในปีหน้านี้ จะรุกตลาดอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบทั้งผ่านตัวแทนจำหน่ายและบริษัทเข้าไปเปิดร้านค้าเอง โดยจะเปิดตลาดในมาเลเซีย หลังจากมีตัวแทนจำหน่ายในลาวและกัมพูชาแล้วเปิดตลาดลาว กัมพูชา ในรูปแบบตัวแทนจำหน่ายแล้ว เพื่อรองกับการเปิดเออีซี
ขณะเดียวกันจะใช้งบการตลาดปีนี้ถึง 50-60 ล้านบาท เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมทั้งเดินหน้าขยายวิทยุชุมชนเครือข่ายอีก 60 สถานี จากปัจจุบัน 600 สถานี โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรองรับการค้าชายแดนและอาเซียน โดยตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 500 ล้านบาทอีกทั้งในปีนี้จะเปิดสินค้าใหม่ 34 รายการ จากปัจจุบันมี 7 รายการ เบื้องต้นจะเปิดตัวเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์แบรนด์ว๊าค เซกเมนต์ดูแลสมองไตรมาส 3 นี้ ล่าสุดได้รุกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสุขภาพและความงามทรวงอกภายใต้แบรนด์ซ้อเจ็ด เซทคัพ โดยคว้าใบเตย อาร์สยาม เป็นพรีเซ็นเตอร์ เจาะกลุ่ม 18ปีขึ้นไป ตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท
ขณะที่รายได้ในปีนี้ 500 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 100 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากตัวแทนจำหน่าย 50% และผ่านทางเครือข่ายวิทยุชุมชน 50% ซึ่งปัจจุบันรายได้หลักมาจากน้ำเห็ดสกัดจาก 50% ที่เหลืออีก 50% เป็นสินค้าอื่นๆ โดยคาดว่าในปี 58 สัดส่วนรายได้จากอาเซียน 10-20%







