
ท่องเที่ยวไทยยั่งยืนชู "คุณภาพ" ลงสนามเออีซี
แม้ไทยจะขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของภูมิภาค และมีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
แม้ไทยจะขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของภูมิภาค และมีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง แต่เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ย่อมประดังเข้ามา
วงสัมมนา “Sustainable Marketing towards AEC : เจาะลึกธุรกิจท่องเที่ยว” ที่จัดโดยสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สะท้อนว่า การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนน่าจะตอบโจทย์ประเทศไทยในสนามประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
วิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย โยนประเด็นว่า ถึงเวลาแล้วที่การท่องเที่ยวไทยจะหันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพื่อก้าวสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว ไม่ใช่เอาตัวเลขเป็นที่ตั้ง
ที่ผ่านมา ภาครัฐยึดตัวเลขมากเกินไป ทำให้ติดกับดักในตลาดล่าง เกิดการแข่งขันเรื่องราคา และสร้างปัญหาตามมาสารพัด
การส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยไม่ได้คำนึงถึงมัคคุเทศก์มีเท่าไร มีความต้องการภาษาอะไรบ้าง ทำให้ไกด์ไทยไม่เพียงพอ เปิดช่องให้ไกด์เถื่อนเข้ามา
ขณะที่การเน้นคุณภาพก็ไม่ใช่เลือกแต่นักท่องเที่ยวรวยๆ คนจนก็สำคัญ แต่ไม่ใช่ว่าบริษัททัวร์ไปหลอกมาด้วยราคาถูกๆ แล้วมาเอาคืนด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งทำให้ประเทศเสียชื่อ
ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) บอกว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปีนี้น่าจะถึง 24 ล้านคน ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่จะเอานักท่องเที่ยวจากไหน แต่ต้องคัดสรรนักท่องเที่ยว และบริหารจัดการ ซึ่งต้องการนักท่องเที่ยวทุกเซ็กเตอร์ ทั้งที่มีฐานะดีและกลุ่มเงินน้อย เพราะผู้ประกอบการมีหลากหลาย
แม้รายได้การท่องเที่ยวสูงขึ้นจริง แต่ยังกระจุกตัว ปัญหาจึงเกิดขึ้น โดยกว่าค่อนของจุดหมายการท่องเที่ยวหลักในไทย 7 แห่ง คือ ทะเล พยายามขายเป็นกลุ่ม เช่น ทะเลพัทยา ก็ขยายเป็นสีสันตะวันออก เชื่อมต่อไปยังระยอง จันทบุรี เกาะช้าง ส่วนฝั่งอันดามันที่เคยกระจุกอยู่ภูเก็ต ก็เชื่อมไปพังงา กระบี่ และพัทลุง ใช้การตลาดและร้อยเรื่องราวเพื่อให้นักท่องเที่ยวกระจายมากขึ้น
“ไทยติดกับดักราคาถูก เพราะมีอุปทานเพิ่มขึ้นตลอด เห็นอะไรดีก็ทำตามๆ กัน ราคาจึงขยับขึ้นไม่ได้ เอกชนเสนอให้ภาครัฐศึกษาว่าแต่ละจุดหมายการท่องเที่ยวควรมีนักท่องเที่ยวเท่าไร มีที่พักเท่าไรให้สอดคล้อง”
สำหรับตลาดจีนนั้นถือว่าคึกคักมาก คนจีนออกมาเที่ยวนอกบ้าน 60 ล้านคน มาไทยปีละ 23 ล้านคน มีกำลังซื้อมาก ไทยควรเลือกนักท่องเที่ยวจากจีน สทท.เสนอให้ภาครัฐอำนวยความสะดวกเรื่องวีซ่า แทนที่จะให้นักท่องเที่ยวจีนทุกคนมารอทำ Visa on Arrival ก็น่าจะเปิดให้ดำเนินการผ่านบริษัทเอาต์ซอร์สในมณฑลต่างๆ และตอนนี้นักท่องเที่ยวจีนไม่ใช่มาดูวัดวังเหมือนเดิมแล้ว แต่จะเป็นทัวร์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น คนจีนรวยๆ มีมาก นิยมเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตและเรือยอชต์ ซึ่งเป็นโอกาสของไทยที่ต้องฉลาดเลือก
ด้าน ม.ล.หทัยชนก กฤดากร กรรมการบริหาร บริษัท แอคคอร์ เอเชีย แปซิฟิค คอร์ปอเรชั่น มองว่า เศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปซบเซา ขณะที่จีนและอินเดียเติบโตขึ้น นักท่องเที่ยวมาอาเซียนมาก คนระดับกลางเดินทางมากขึ้น และเทรนด์นี้จะเกิดขึ้นอีก 510 ปี โดยเฉพาะไทยที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว
รัฐบาลควรหาคนที่มีชั่วโมงบินสูงๆ ในแต่ละเซ็กเตอร์มาร่วมอยู่ในกลุ่มคลังสมอง เพื่อหารือกันว่าการท่องเที่ยวไทยต้องการอะไร จะพัฒนาอย่างไร เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวที่ตอบสนองหลากหลายกลุ่ม
สำหรับเออีซี ในแง่การลงทุนห้ามไม่ได้ แต่กำลังคนเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าไม่เตรียมตัวให้พร้อมยังมีคนเก่งกว่าอย่างสิงคโปร์ คนอื่นที่ได้เปรียบเรื่องภาษา สามารถเข้ามาเป็นผู้บริหารระดับกลาง เพดานบินของมืออาชีพไทยก็จะตีบตัน
เออีซีเหมือนสึนามิเงียบๆ ไทยไม่มีโครงสร้างและระบบบริหารที่แข็งแกร่ง เมื่อเปิดกำแพงจะทำให้น้ำหมุนเข้ามาเร็ว ทำให้ไทยเสียเปรียบ







