posttoday
สมัยนี้จะเกษียณอย่างไร้กังวลต้องใช้เงินเท่าใด

สมัยนี้จะเกษียณอย่างไร้กังวลต้องใช้เงินเท่าใด

10 มิถุนายน 2556

ลองถามคนประมาณสิบคนว่า จะต้องใช้เงินเท่าไร ถึงจะสามารถเกษียณอย่างไร้กังวล และคุณก็คงจะได้รับตัวเลขที่แตกต่างกันสิบกว่าตัวเลข สำหรับหลายคน การเกษียณเป็นอะไรที่ห่างไกล จึงไม่คำนึงถึงหรือยังไม่มีความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว และสำหรับอีกกลุ่มก็คงจะรู้สึกว่าไม่มีเงินพอที่จะสามารถแบ่งออมสำหรับการเกษียณอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีเหตุผลใดก็ตาม การที่ไม่ได้วางแผนสำหรับการเกษียณถือเป็นข้อผิดพลาด ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายอันยิ่งใหญ่

ลองถามคนประมาณสิบคนว่า จะต้องใช้เงินเท่าไร ถึงจะสามารถเกษียณอย่างไร้กังวล และคุณก็คงจะได้รับตัวเลขที่แตกต่างกันสิบกว่าตัวเลข สำหรับหลายคน การเกษียณเป็นอะไรที่ห่างไกล จึงไม่คำนึงถึงหรือยังไม่มีความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว และสำหรับอีกกลุ่มก็คงจะรู้สึกว่าไม่มีเงินพอที่จะสามารถแบ่งออมสำหรับการเกษียณอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีเหตุผลใดก็ตาม การที่ไม่ได้วางแผนสำหรับการเกษียณถือเป็นข้อผิดพลาด ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายอันยิ่งใหญ่

ในการสำรวจของ Ameriprise Financial Inc. ปรากฏว่าคนอเมริกันวัยกำลังทำงาน ที่มีอายุระหว่าง 50-70 ปี และมีหลักทรัพย์ที่สามารถนำไปลงทุนได้อย่างน้อย 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ได้ตอบว่า จะต้องมีเงินสำรองประมาณ 930,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 27 ล้านบาท ในอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) เพื่อสามารถที่จะเกษียณได้อย่างไร้กังวล การคาดเดารายจ่ายในอนาคตสามารถทำได้ยาก ความเชื่อที่ผ่านมาคือ รายจ่ายในช่วงเกษียณจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 7090 ของรายจ่ายในช่วงกำลังทำงาน แต่การคาดการณ์คร่าวๆ ดังกล่าว ก็ไม่สามารถระบุค่าใช้จ่ายในช่วงเกษียณได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ

สำหรับหลายคน การต้องใช้เงิน 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจะเกษียณอย่างไร้กังวล ไม่ถือเป็นเรื่องง่าย แทนที่จะคาดการณ์ว่าการดำเนินชีวิตหลังเกษียณจะต้องใช้เงินก้อนเท่าไร อาจจะเป็นการแม่นยำกว่า หากเปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์และรายได้ที่มีอยู่ กับรายจ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ เมื่อคุณเกษียณอายุการทำงาน คุณจะมีรายจ่ายหลักอยู่สองประเภท กล่าวคือ 1) รายจ่ายที่จำเป็น (Essential Expenses) และ 2) รายจ่ายสำหรับวิถีชีวิตของคุณ (Lifestyle Expenses) รายจ่ายที่จำเป็น คือรายจ่ายเกี่ยวกับสิ่งที่คุณจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ ค่าอาหาร ค่าที่พักอาศัย ค่าสาธารณูปโภค ค่าประกัน ค่าดูแลสุขภาพ ซึ่งจะเกิดขึ้นตลอดในวัยเกษียณ รายจ่ายสำหรับวิถีชีวิต คือรายจ่ายที่คนต้องการหรือสนใจเป็นพิเศษ อาทิ งานอดิเรก การท่องเที่ยว หรือการเริ่มธุรกิจ/ กิจการใหม่

รายจ่ายที่จำเป็นมีความสำคัญสูงสุด สิ่งที่ดีที่สุดคือ คุณควรจะมุ่งที่จะเกษียณโดยมีเงินออมหรือหลักทรัพย์เพียงพอที่จะใช้ได้ ไม่ว่าคุณจะมีชีวิตอีกนานเท่าไร ปัจจุบันมีแหล่งรายได้หลักที่พอจะพึ่งพาได้ในช่วงเกษียณอยู่สองแหล่ง กล่าวคือ รายได้จากกองทุนประกันสังคม (Social Security Fund) และรายได้จากแผนการเกษียณ (Pension Plan) หรือเงินบำเหน็จบำนาญ ซึ่งยิ่งนับวันยิ่งมีเหลือน้อยมาก เนื่องจากหน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ ได้ตัดหรือยกเลิกแผนดังกล่าว ทำให้สังคมที่มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสังคมไทย ต้องพึ่งรายได้จากกองทุนประกันสังคม แต่กระนั้นไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่า กองทุนดังกล่าวจะสามารถจ่ายเงินให้ผู้เกษียณได้อีกนานเท่าไร

ก็จะเหลือเพียงแค่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF และ LTF ที่จะต้องทำหน้าที่เป็นแหล่งรายได้หลักสำหรับคนในวัยเกษียณ ซึ่งต้องคำนวณว่าเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายหรือไม่ โดยประมาณการค่าใช้จ่ายรายเดือน/รายปี ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อ และคูณจำนวนปีที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่ หากเงินในกองทุนดังกล่าวไม่เพียงพอกับการคาดการณ์ดังกล่าว จะถือว่าคุณมีช่องว่างในการออม (Savings Gap) ซึ่งเท่ากับจำนวนเงินที่คุณคาดว่าจะต้องใช้ในวัยเกษียณ หักลบกับมูลค่าเงินออมของคุณที่คาดการณ์ไว้ และรายได้เพิ่มเติมที่คุณจะสามารถออมได้จนคุณเกษียณ

ในกรณีที่คุณมีช่องว่างในการออม อย่าสิ้นหวังเร็วเกินไป เพราะยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถใช้ในการลดช่องว่างดังกล่าวได้ อาทิ ออมเงินให้มากขึ้น ทำงานให้นานขึ้นและเพิ่มผลตอบแทนจากเงินลงทุนของคุณ ขึ้นอยู่กับอัตราความเสี่ยงที่คุณสามารถรับได้กับระยะเวลาที่คุณมี ตราสารทุน (Equity) ก็จะเป็นชั้นหลักทรัพย์เดียวที่จะสามารถผลิตผลตอบแทนเพียงพอในระยะยาว สุดท้าย สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความลับในการที่จะสามารถใช้ชีวิตอย่างพอเพียงในวัยเกษียณ จะต้องเริ่มจากการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงในวัยก่อนเกษียณ ไม่มีอะไรมากกว่าหรือยากกว่านั้น

ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล