
ไทยพาณิชย์ขยายเช่าซื้อพุ่งเป้ารถยันเครื่องจักร
ไทยพาณิชย์เล็งขยายตลาดเช่าซื้อเพิ่ม ปีหน้าเพิ่มกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ เครื่องจักร ยันมอเตอร์ไซค์
ไทยพาณิชย์เล็งขยายตลาดเช่าซื้อเพิ่ม ปีหน้าเพิ่มกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ เครื่องจักร ยันมอเตอร์ไซค์
นายณรงค์ ศรีจักรินทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2557 ธนาคารมีแผนที่จะขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ไปยังกลุ่มสินเชื่อรถเพื่อการพาณิชย์หรือรถเพื่อการขนส่ง เนื่องจากยังมีช่องว่างทางการตลาดอีกมาก และคุณภาพสินเชื่อก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากๆ นอกจากนี้ยังมีแผนขยายการปล่อยสินเชื่อไปยังกลุ่มเครื่องจักรและรถจักรยานยนต์ทั่วไปอีกด้วย
สำหรับสินเชื่อใหม่ที่เน้นทำตลาดในปีนี้ คือ “บัตรกดเงินสดพร้อมใช้ My Car My Cash พร้อม” เพื่อนำมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการใช้เงิน ด้วยการนำทะเบียนรถมาวางเป็นหลักทรัพย์เพื่อขอสินเชื่อ โดยไม่ต้องโอนทะเบียน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มฐานลูกค้าจากสินค้าใหม่ในปีนี้ได้อีก 2 หมื่นราย และมียอดสินเชื่อรวมในกลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ “เงินสดรถคือเงิน หรือ My Car My Cash” มาอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่มียอดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท
“เป้าสินเชื่อ “มาย คาร์ มาย แคส” เรามุ่งจับกลุ่มลูกค้ารายย่อยเป็นหลัก และปีนี้จะเพิ่มยอดเป็น 6,000 คันต่อเดือน แบ่งเป็น “มาย คาร์ มาย แคส” 4,000 คัน และ “มาย คาร์ มาย แคส พร้อม” อีก 2,000 คัน ซึ่งแบบ “ มาย คาร์ มาย แคส” ที่ต้องโอนรถให้ธนาคารนั้นจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.54% ต่อเดือน และ แบบ “มาย คาร์ มาย แคส พร้อม” นั้นจะคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ 18% ต่อปี จำกัดอายุรถไม่เกิน 10 ปี ซึ่งถ้ามีลูกค้าใช้บริการ 50% ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว”นายณรงค์ กล่าว
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมุ่งเน้นขยายตลาดรถมือสองเป็นหลัก เนื่องจากมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก โดยปีนี้ธนาคารตั้งเป้าสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อรถเก่าให้เพิ่มเป็น 35% เพื่อให้มีรายได้จากดอกเบี้ยมากขึ้น ส่วนสินเชื่อรถใหม่ก็จะปรับลดลงให้เหลือ 65% เทียบกับปีที่ผ่านมาที่สินเชื่อรถเก่าอยู่ที่ 30% และรถใหม่อยู่ที่ 70%
ทั้งนี้ ในปัจจุบันธนาคารมีสินเชื่อเช่าซื้อรวม 1.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อรถใหม่ 1.25 แสนล้านบาท สินเชื่อรถเก่า 3.5 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ 2 หมื่นล้านบาท มีฐานลูกค้าอยู่ 5 แสนราย แต่มีปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าเป็น 8 แสนราย
นอกจากนี้ ยังจะรักษาสัดส่วนหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่ให้เกิน 1.25%ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าในต่างจังหวัดให้เป็น 60% จากปัจจุบันอยู่ที่ 55% และ กรุงเทพ 40% จากปัจจุบันอยู่ที่ 45% ส่วนเรื่องการปรับอัตราดอกเบี้ยนั้น ในช่วงนี้ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด โดยยังยืนอยู่ในระดับเดิมไปก่อน เพราะปัจจุบันก็อยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว
สำหรับภาพรวมของสินเชื่อเช่าซื้อรถในปีนี้ ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอยู่ แต่คงไม่สูงเหมือนกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มีปัจจัยพิเศษอะไรเข้ามากระตุ้น







