
มาร์คยกตัวเลขตอกจำนำข้าวขาดทุน2แสนล้าน
มาร์คยกตัวเลขย้ำรัฐบาลขาดทุนจำนำข้าวกว่า 2 แสนล้านบาท แนะควรยอมรับความจริง จี้นายกฯเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
มาร์คยกตัวเลขย้ำรัฐบาลขาดทุนจำนำข้าวกว่า 2 แสนล้านบาท แนะควรยอมรับความจริง จี้นายกฯเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเร่งแก้ปัญหาโครงการรับจำนำข้าวโดยเร่งด่วน เนื่องจากการจำนำข้าวของรัฐบาลทำมาสามฤดูกาลแล้วโดยมีการขาดทุนที่นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลังก็ยอมรับในการแถลงข่าวคือ นาปี 2554/2555 ขาดทุน 42,963 ล้านบาท นาปรัง 2555 ขาดทุน 93,993 ล้านบาทและนาปี 2555/2556 ขาดทุน 84,071 ล้านบาท รวมขาดทุน 220,976 ล้านบาท
ทั้งนี้ขออธิบายว่ามีฐานการคำนวณอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เพราะรัฐบาลพยายามบอกว่าตราบใดที่ยังขายข้าวไม่หมดก็จะไม่มีทางทราบว่าสถานะเรื่องการขาดทุนของโครงการจำนำข้าวเป็นอย่างไร
"เรียนว่าถ้าใช้หลักคิดนี้ตราบเท่าที่โครงการจำนำข่าวยังดำเนินการต่อจะไม่มีทางทราบว่าขาดทุนเท่าไหร่ เพราะจะมีข้าวที่ขายออกไปและรับจำนำเข้ามาไม่จบไม่สิ้น แต่หลักการทำบัญชีที่กระทรวงการคลังดำเนินการนั้นจะถือหลักว่า เมื่อรับจำนำข้าวเข้ามาจำนวนเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ ใช้เงินเท่าไหร่ ขายออกไป ได้เงินกลับมาเท่าไหร่ และข้าวที่ถืออยู่มีมูลค่าในทางตลาดเท่าไหร่"นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า เมื่อเปรียบเทียบการคำนวณการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวว่า เหมือนกับการซื้อของมา 100 บาท ในขณะที่เก็บของไว้ ราคาในตลาดขายที่ 80 บาท จะบอกว่าไม่ขาดทุนเพราะยังไม่ได้ขายแล้วซื้อเข้ามาเรื่อย ๆ ในจำนวน 100 บาท แต่ขายได้ในราคา 80 บาทโดยสรุปว่ายังไม่ขาดทุนเพราะยังขายไม่หมดไม่ได้ แต่ต้องคิดว่าราคาตลาดในขณะนั้นขาดทุน 20 บาทต่อการซื้อครั้งละ 100 บาท ยิ่งไปกว่านั้นของที่เก็บไว้ยังมีปัญหาเรื่องเสื่อมสภาพด้วย ก็ต้องประเมินเป็นช่วง ๆ เพื่อปิดบัญชีว่ามูลค่าของเปลี่ยนแปลงอย่างไร ดังนั้นการที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีประมาณการว่าการขาดทุนอยู่ที่ 220,976 ล้านบาท จึงมีพื้นฐานหลักคิดที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เรื่องที่ไม่สามารถสรุปตัวเลขได้เหมือนอย่างที่รัฐบาลอ้าง
นอกจากนี้หากแยกดูตัวเลขการขาดทุนที่เกิดขึ้นเฉพาะรัฐบาลชุดนี้จะเริ่มตั้งแต่โครงการข้าวนาปี 54/55 ซึ่งขาดทุน 42,963 ล้านบาท เป็นโครงการรอบแรกและมีวิกฤตน้ำท่วมใหญ่จึงทำให้โครงการไม่ดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่อีกสองฤดูกาลถัดมาซึ่งรวมเป็นตัวเลข 1 ปี จะพบว่าการขาดทุนสูงถึง 178,004 ล้านบาท
"จากที่ได้ตรวจสอบการขาดทุนดังกล่าวยังไม่รวมงบประมาณบริหารงานโครงการซึ่งจัดเป็นงบให้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ดังนั้นการขาดทุนที่เกิดขึ้นในรอบ 1 ปี ของรัฐบาลนี้จึงอยู่ที่ตัวเลข 2 แสนกว่าล้านแน่นอน"นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้รัฐบาลใช้เงินในโครงการจำนำข้าวไปแล้ว 661,224 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินกู้ที่สำนักบริหารหนี้สาธารณะ 408,750 ล้านบาท จาก ธกส. 90,000 ล้านบาท ธกส.ทดลองจ่าย 69,024 ล้านบาท ได้เงินคืนจากการระบายข้าว 93,450 ล้านบาท นำมาใช้หมุนเวียนในโครงการด้วย
ทั้งนี้จากการที่รัฐมนตรีแถลงสามารถนำเงินที่ระบายข้าวไปคืน ธกส.ได้แล้ว 120,000 ล้านบาท และประเมินมูลค่าข้าวในสต๊อคว่าอยู่ที่ 226,000 ล้านบาท รวมแล้วเงินยังหายไป 315,224 ล้านบาท จากวงเงินที่ใช้ทั้งหมด 661,224 ล้านบาท จึงไม่มีประเด็นที่รัฐบาลจะปฏิเสธว่าการขาดทุนในโครงการจำนำข้าวไม่ถึง 2.6 แสนล้านบาท เพราะตัวเลขของราชการยืนยันตรงกันว่าต้องขาดทุนในโครงการนี้ปีละกว่าสองแสนล้านบาท
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่าสิ่งที่เรียกร้องคือขอให้ยอมรับความจริง และขอให้เข้าใจว่าคนที่ห่วงใยเอาความจริงมาพูดไม่ประสงค์ให้รัฐบาลหยุดช่วยเกษตรกร ต้องการให้ช่วยแต่ช่วยโดยเงินทุกบาททุกสตางค์ไปถึงมือเกษตรกรและช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพไม่ทำลายอนาคตข้าวไทยซึ่งจะย้อนกลับไปทำร้ายเกษตรกร
อย่างไรก็ตามมีสิ่งที่กำลังเกิดสองเรื่อง 1. กระทรวงพาณิชย์ส่งสัญญาณว่าจะมีการทบทวนตัวเลขการขาดทุนของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีใหม่โดย กขช.หรือใครยังไม่แน่ชัด ทั้งที่เป็นการคำนวณตามตัวเลขของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง หากตัวเลขการปิดบัญชีผิดก็เท่ากับว่ามีการให้ข้อมูลผิดจากหน่วยงานต่าง ๆ แต่ตนคิดว่าน่าจะมีความพยายามเอาตัวเลขไปทบทวนเพื่อสร้างความสับสน เพราะรัฐบาลไม่ยอมรับว่าโครงการนี้สร้างความเสียหายต่อการเงินการคลังอย่างไร
2. รมช.พาณิชย์ กำลังขอเงินงบประมาณ 9 ล้านเศษเพื่อทำโครงการมวลชนคือ ทำงานสัญจรเรื่องจำนำข้าว และมีแนวโน้มว่าจะไปยุให้เกษตรกรเข้าใจผิดว่าคนที่ออกมาท้วงติงโครงการจำนำข้าวไม่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากจะเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงแล้วยังเป็นการเพิ่มความแตกแยกในสังคม ในประเทศ โดยไม่จำเป็น ฉะนั้นจึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล และเป็นประธาน กขช. ได้รับรายงานตัวเลขไปแล้วกว่า 1 สัปดาห์ จะต้องรับผิดชอบด้วยการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน







