posttoday
กูรู 5 ประเทศชี้ช่องแฟรนไชส์เออีซี

กูรู 5 ประเทศชี้ช่องแฟรนไชส์เออีซี

07 มิถุนายน 2556

การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบจะทำให้การค้าการลงทุนภายในภูมิภาคคล่องตัวขึ้น

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบจะทำให้การค้าการลงทุนภายในภูมิภาคคล่องตัวขึ้น ซึ่งหมายความว่า ตลาดเปิดกว้างให้กับผู้เล่นทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจแฟรนไชส์

อับดุล มาลิค อับดุลลาห์ นายกสมาคมธุรกิจแฟรนไชส์ ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า การเปิดเออีซีเป็นโอกาสดีที่แฟรนไชส์ไทยจะไปทำตลาดในประเทศมาเลเซีย เพราะรัฐบาลสนับสนุนการทำธุรกิจแฟรนไชส์ในลักษณะรายใหญ่ช่วยรายเล็ก เพื่อให้คนในประเทศมีโอกาสเข้าถึงธุรกิจอย่างทั่วถึง แต่ละปีรัฐบาลมาเลเซียจะมีงบประมาณสนับสนุนธุรกิจกลุ่มนี้ 3,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนให้ผู้ประกอบการที่สนใจทำธุรกิจแฟรนไชส์ โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ธุรกิจแฟรนไชส์ที่จะมาลงทุนในมาเลเซียจะต้องจดทะเบียนกับเจ้าหน้าที่รัฐ มีการแสดงผลประกอบการรายปีที่มีกำไรดีต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี และรัฐบาลจะกำหนดค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ (รอยัลลิตี้) แฟรนไชส์ไม่ให้สูงจนเกินไป จึงส่งผลดีต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะเข้าสู่ระบบธุรกิจแฟรนไชส์

“โอกาสธุรกิจแฟรนไชส์ในมาเลเซียยังมีเปิดกว้างอีกมาก เช่นการรับจ้างแบบเดลิเวอรี (โมบาย แฟรนไชส์) เช่น แม่บ้าน กำจัดปลวก รับจ้างตัดหญ้าและซ่อมรถ ธุรกิจเหล่านี้ไม่ซับซ้อน แต่กลับเป็นที่ต้องการของคนมาเลเซีย”

สำหรับกฎหมายต้องศึกษารายละเอียดให้ดี รวมถึงต้องศึกษาเรื่องขั้นตอน ค่าธรรมเนียมการเช่าพื้นที่ และหากต้องนำบุคลากรจากต่างประเทศเข้าไป ต้องศึกษาเรื่องใบอนุญาตการทำงานด้วย

ด้าน เจมส์ ม็อค ที่ปรึกษาด้านแฟรนไชส์ จากประเทศสิงคโปร์ แนะนำว่า การเจาะตลาดสิงคโปร์ แฟรนไชส์ไทยต้องเข้าไปแบบการร่วมลงทุน หรือหากเป็นสินค้าแบรนด์ไทยแท้ก็จะต้องเป็นสินค้าที่อยู่ในระดับเกรดพรีเมียมขึ้นไป เพราะคนสิงคโปร์ค่อนข้างมีกำลังซื้อสูง จึงทำให้มีการแข่งขันสูง

ขณะที่ บูรัง ริยาดี เจ้าหน้าที่การจัดการธุรกิจแฟรนไชส์ระหว่างประเทศ อินโดนีเซีย ชี้ว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีโอกาสในตลาดอินโดนีเซียคือ กลุ่มสินค้าฮาลาลและธุรกิจความสวยความงาม และอินโดนีเซียเป็นตลาดใหญ่มีประชากรมากถึง 200 ล้านคน หากจับกลุ่ม 5% ที่อยู่บนยอดฐานของประชากรอินโดนีเซียก็มีมูลค่ามหาศาลแล้ว สำหรับการทำตลาดที่นี่ การมีเครื่องหมายฮาลาลเป็นเรื่องสำคัญของสินค้า แต่เรื่องนี้ยังใหม่สำหรับผู้ประกอบการชาวไทยอยู่

บูรัง แนะนำว่า การเจาะหรือสร้างตลาดในอินโดนีเซีย จะต้องทำตัวเองให้เข้มแข็งก่อน และมีตราสินค้าที่น่าสนใจ เข้ากับตลาดได้ และต้องวางแผนการจัดส่งสินค้าไปยังสาขาต่างๆ ให้ดี เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นเกาะ ต้องมีพันธมิตรที่มีทำเลดีและมีความสามารถในการนำเข้าสินค้า อีกทั้งต้องศึกษากฎระเบียบเกี่ยวกับสินค้าฮาลาล พัฒนาผลิตภัณฑ์แฟรนไชส์ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเลี่ยงปัญหาการลอกเลียนแบบสินค้า

สำหรับประเทศน้องใหม่ที่กำลังเนื้อหอมของนักลงทุนขณะนี้อย่างพม่าและลาวนั้น โช ธิริ เมือง ตัวแทนจากหอการค้าพม่า บอกว่า ต้องติดตามข้อมูลให้ทันกับสถานการณ์จริง ศึกษาผู้เล่นทุกขนาดในตลาด รวมทั้งดูว่าลูกค้าว่าเป็นกลุ่มไหน เพราะตลาดพม่ามีตั้งแต่ระดับเอไปจนถึงดี

นอกจากนี้ การจับคู่พันธมิตรก็เป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งควรจะจดทะเบียนคุ้มครองลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาเครื่องหมายทางการค้า เพื่อคุ้มครองธุรกิจ รวมทั้งต้องศึกษากฎหมายของพม่าให้ดี เพราะมีการเปลี่ยนแปลงและมีการร่างกฎหมายฉบับใหม่ออกมาเป็นระยะๆ

ศักดิ์สิน สินภิบาล ที่ปรึกษาบริษัท ปิโตรเลียมเทรดดิ้ง ธุรกิจแฟรนไชส์ในลาว มองว่า แฟรนไชส์ไทยมีโอกาสในตลาดนี้มาก เพราะคนลาวนิยมและคุ้นเคยสินค้าไทยเป็นอย่างดี และขณะนี้ลาวมีกำลังซื้อมากขึ้นจึงทำให้พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไป จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้คนลาวจะเข้ามาช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าตามหัวเมืองใหญ่ของไทยอย่างอุดรธานี อุบลราชธานี และหนองคาย จำนวนมาก

มาถึงตอนนี้ คงเห็นแล้วว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยมีอนาคตสดใสในตลาดอาเซียน และหากอยากจะประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินเอื้อม เพียงแค่จะต้อง รู้เขา รู้เรา อย่างลึกซึ้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท