posttoday
ปลุกเอสเอ็มอี

ปลุกเอสเอ็มอี

07 มิถุนายน 2556

“ศุภชัย หล่อโลหการ” ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยถึงแนวทางขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทย

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

“ศุภชัย หล่อโลหการ” ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยถึงแนวทางขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ให้ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า ตั้งแต่มูลค่าขั้นต่ำ 1 เท่า ไปจนถึงสูงสุด 30 เท่า มองว่าหากเอสเอ็มอีไม่เร่งปรับตัวจะแข่งขันในธุรกิจได้ยากลำบากยิ่งขึ้น ในภาวะเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

ทั้งนี้ สนช.มีโครงการส่งเสริมเอสเอ็มอีจำนวน 3 โครงการหลัก ได้แก่ 1.การแปลงเทคโนโลยีเป็นทุน เป็นการสนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของเงินให้เปล่าให้แก่โครงการนวัตกรรมที่อยู่ในระยะทดสอบความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี ในการทำโครงการต้นแบบ ซึ่งอาจต่อยอดจากงานวิจัยและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ หรือสิทธิบัตรที่มีการรับรองและผ่านการประเมินทางเทคโนโลยี เป็นการให้สนับสนุนระยะเวลา 3 ปี วงเงิน 5 ล้านบาท

2.นวัตกรรมดี...ไม่มีดอกเบี้ย สนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของการสนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่โครงการนวัตกรรมที่อยู่ในระยะเริ่มต้นสู่การผลิตจริง โดยอาจเป็นโครงการที่เกิดจากการขยายผลของการสร้างต้นแบบ หรือการทดสอบนำร่องและพัฒนาออกสู่ตลาดในระยะแรก โดยสถาบันการเงินที่ได้รับความเห็นชอบจาก สนช. จะเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ให้กับโครงการนวัตกรรมที่ได้รับการประเมินจาก สนช. ระยะเวลา 3 ปี วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท

3.ทุนเครือข่ายวิสาหกิจนวัตกรรม สนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของเงินให้เปล่าให้แก่โครงการนวัตกรรมที่มีการพัฒนาโครงการรูปแบบเครือข่ายวิสาหกิจ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม สมาคม จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด ตั้งแต่การทำต้นแบบ การทดสอบระดับนำร่อง และผลิตเชิงพาณิชย์ วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อโครงการ ระยะเวลาสนับสนุน 3 ปี

ในแต่ละปี สนช.มีวงเงินสนับสนุนให้แก่ภาคธุรกิจและเอสเอ็มอีประมาณ 300 ล้านบาท แต่โครงการผ่านการอนุมัติประมาณ 150 ล้านบาทต่อปี เฉลี่ยประมาณ 100 บริษัท จากจำนวนผู้ประกอบการที่ยื่นข้อเสนอให้ สนช. 300-400 บริษัท สาเหตุที่บริษัทไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะ สนช.มีเกณฑ์การคัดเลือกคุณสมบัติดังนี้

สำหรับเอสเอ็มอีที่เสนอโครงการมา ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ คือ มีความใหม่ด้านนวัตกรรม สามารถนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจในรูปแบบใหม่ได้ สินค้าเข้ามาทดแทนตลาดเดิมได้หรือไม่ และมีโอกาสทางตลาดมากน้อยแค่ไหน กลยุทธ์ทางธุรกิจและแผนลงทุน ศักยภาพของบุคลากรและบริหารจัดการภายใน ซึ่งการคัดเลือกจะใช้เวลา 1-2 เดือนจึงจะแล้วเสร็จ

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมโครงการกับ สนช. ประมาณ 1,000 บริษัท กว่า 1,000 โครงการ ถือว่าไม่มาก แต่หากประเมินในทุกเงิน 1 บาทที่ส่งเสริม ทำให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า หรือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และผลกระทบต่อเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท

หากมองไปข้างหน้าถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 นั้น เอสเอ็มอีมีศักยภาพขยายตลาดในอาเซียน เพราะผู้ประกอบการไทยมีความสามารถปรับตัวสูง แม้ว่าในประเทศไทยจะประสบกับเศรษฐกิจชะลอตัวหรือค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น โดยกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีโอกาสขยายตลาดในอาเซียนได้แก่ อาหาร พลังงานทางเลือก เครื่องมือแพทย์ การบริการในด้านต่างๆ เพราะทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เอสเอ็มอีที่ให้บริการด้านต่างๆ แก่ผู้สูงอายุจะมีโอกาสมากที่สุด

หากเปรียบเทียบศักยภาพการแข่งขันนวัตกรรมของประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในโลกพบว่า ประเทศไทยมีความสามารถด้านนวัตกรรมในปี 2555 อยู่อันดับที่ 57 จาก 141 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเทียบกับปี 2554 อยู่ในอันดับ 48 ถือว่าอันดับลดลง ประเทศผู้นำนวัตกรรมในอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ รองลงมา คือ มาเลเซีย ขณะที่ไทยมีนวัตกรรมสูงกว่าเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และพม่า

การจะส่งเสริมให้ประเทศมีนวัตกรรมสูงขึ้น หรือแข่งขันกับสิงคโปร์ มาเลเซียได้นั้น รัฐต้องมีแผนส่งเสริมให้เอสเอ็มอีสนใจเรื่องเทคโนโลยีและส่งเสริมการถ่ายทอดนวัตกรรมใหม่ โดยผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ และมีมาตรการลดภาษีให้แก่เอสเอ็มอีที่ใช้นวัตกรรม เหมือนกับต่างประเทศที่ใช้มาตรการลดภาษีให้แก่เอสเอ็มอีที่มีการผลิตสินค้านวัตกรรมใหม่ เพราะถือเป็นแรงจูงใจสำคัญให้ภาคธุรกิจเอสเอ็มอี

หากกลไกทุกอย่างเดินหน้าได้ตามแผนงานที่ สนช. วางไว้ และภาครัฐมีแผนผลักดันจริงจัง ทั้งหมดจะเป็นพลังสำคัญให้เอสเอ็มอีมี “ดีเอ็มเอ” เป็นนวัตกรรมทำธุรกิจ และผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูง n

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท