
คอตตอน "ยูเอสเอ” เมื่อวุตถุดิบฮึดปั้นแบรนด์ลุยอาเซียน
ในขณะวงการคอมพิวเตอร์ ทางอินเทล วัตถุดิบชิพในเครื่องคอมพ์ได้สร้างแบรนด์จนคอมพิวเตอร์หลายยี่ห้อ
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ในขณะวงการคอมพิวเตอร์ ทางอินเทล วัตถุดิบชิพในเครื่องคอมพ์ได้สร้างแบรนด์จนคอมพิวเตอร์หลายยี่ห้อ ต่างติดโลโก้อินเทลบนเครื่องช่วยสร้างความเชื่อมั่น ในวงการสิ่งทอ “คอตตอน ยูเอสเอ” ก็เป็นวัตถุดิบที่เดินหน้าสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 อุตสาหกรรมสิ่งทอ เสื้อผ้าแฟชั่น เป็นอีกหนึ่งตลาดที่จะเติบโตจากสภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัว ส่งผลให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังเกิดการซื้อขายทั้งในประเทศและการค้า 10 ประเทศอาเซียนเพิ่มขึ้น คอตตอน ยูเอสเอ จึงวางยุทธศาสตร์เปิดตลาดอาเซียน เพื่อเข้าชิงชิ้นเค้ก 600 ล้านคน
ไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ในกลุ่มประเทศอาเซียน เปิดเผยว่า คอตตอน ยูเอสเอวางแผนเปิดตลาดอาเซียนในเชิงรุกมากขึ้น เพราะการเปิดเออีซีจะทำให้เกิดการซื้อการขาย 10 ประเทศมากขึ้น ด้วยกำลังการซื้อจากประชากรร่วม 600 ล้านคน ขณะที่อุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีศักยภาพเติบโตได้ดี
สำหรับยุทธศาสตร์ของคอตตอน ยูเอสเอ ที่ใช้บุกตลาดโลก จะเน้นการผลักดันฝ้าย ซึ่งเป็นวัตถุดิบการผลิตสิ่งทอแก่ผู้ผลิต เนื่องจากปัจจุบันอเมริกาผลิตฝ้าย 3.7 ล้านตัน เป็นอันดับ 3 รองจากอินเดีย 5.5 ล้านตัน และจีนอันดับหนึ่ง 7.6 ล้านตัน โดยมุ่งนำเสนอถึงการติดสัญลักษณ์ ว่า เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ ขณะที่ผู้บริโภคเน้นสร้างตราสินค้าให้เป็นที่รู้จัก
ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา อาเซียนมีการนำเข้าฝ้ายดิบจากอเมริกา 1.2 ล้านตัน โดยไทยนำเข้า 3.6 แสนตัน เป็นอันดับ 6 ของโลก และเป็นการนำเข้าฝ้ายอเมริกา 9.1 หมื่นตัน หรือคิดเป็น 25% ของการนำเข้า รองลงมาคืออินโดนีเซีย เวียดนาม ซึ่งไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสิ่งทอในอาเซียน และการเปิดเออีซีจะทำให้เกิดการซื้อขายระหว่างประเทศมากกว่า 20-25%
ขณะที่แผนการสร้างแบรนด์คอตตอนฯ ในอาเซียน จะเริ่มทำตลาดประเทศที่นำเข้าฝ้ายดิบอเมริกาก่อน ได้แก่ เวียดนาม ซึ่งมีประชากร 80-85 ล้านคน อินโดนีเซียมีประชากร 300 ล้านคน ตามด้วยฟิลิปปินส์ จากนั้นจะขยายสู่ พม่า สิงคโปร์ มาเลเซีย โดยใช้ไทยเป็นประเทศต้นแบบ
อย่างไรก็ตามกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ในอาเซียนเจาะกลุ่มผู้บริโภค เน้นสร้างการรับรู้ถึงตราสัญลักษณ์ และความแตกต่างของสินค้า ควบคู่กับการป้อนความรู้เกี่ยวกับฝ้าย การสวมใส่สบาย สินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่เจ้าของแบรนด์ มุ่งสื่อสารถึงการติดตราสัญลักษณ์ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ และเป็นประตูสู่ตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น
“คอตตอน ยูเอสเอ จะลงทุนในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น จากที่ผ่านมามุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ในไทยประเทศเดียวในอาเซียน เป้าหมายการสร้างแบรนด์ในอาเซียน เพื่อผลักดันให้แบรนด์ไทยหรือสินค้าจากอาเซียนแบรนด์ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ และขยายตลาดสู่เวทีการค้าระดับโลกได้ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่อยู่ไม่ไกล” ไกรภพ กล่าว
ขณะเดียวกันสิ่งทอหรือเสื้อผ้าแฟชั่น ที่จะติดตราสัญลักษณ์คอตตอน ยูเอสเอ จะต้องเป็นเสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าฝ้าย 100% และต้องใช้ฝ้ายจากอเมริกาอย่างน้อย 50% อีกทั้งต้องเป็นแบรนด์ที่มีช่องทางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งราคาจำหน่ายจะต้องสูง เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับบีหรือบีบวกขึ้นไป
ไกรภพ กล่าวว่า อุตสาหกรรมเสื้อผ้าที่ผลิตจากฝ้าย 100% และติดตราสัญลักษณ์คอตตอน ยูเอสเอ ยังเป็นตลาดยุโรป ญี่ปุ่น และอาเซียน และอเมริกาใต้ สำหรับในไทย ได้ทำตลาดมากว่า 13 ปี มีไลเซนซี 26 แบรนด์ และปีนี้เพิ่มเป็น 30 แบรนด์ สำหรับปีนี้บริษัทใช้งบการตลาด 25 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ได้เปิดตัวแคมเปญ “อะ ทัช ออฟ เพียว เลิฟ” ร่วมมือกับ 26 แบรนด์ จัดโปรโมชันซื้อ 2,000 บาท ชิงโชคเที่ยวอเมริกา คาดว่ายอดขายโต 10-20% และได้นำตุ๊กตาคอตตอนที่ผลิตจากผ้าฝ้าย เปิดโอกาสให้ร่วมสนุกทางเฟซบุ๊ก ซึ่งตุ๊กตาคอตตอนเป็นกลยุทธ์สร้างแบรนด์ในเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน เพื่อมอบประสบการณ์สัมผัสสินค้าที่ผลิตจากฝ้ายให้ผู้บริโภค
อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีศักยภาพ เพราะกำลังซื้อที่เพิ่มขนาดของตลาดมากถึง 600 ล้านคน แน่นอนว่าพฤติกรรมของคนอาเซียน ต้องยกระดับการแต่งกายให้ทันสมัยมากขึ้น หากแต่ว่าแบรนด์ใด จะสร้างแบรนด์บนความแตกต่าง หนึ่งในตัวเลือกนั้นคงหนีไม่พ้น การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านตราสัญลักษณ์คอตตอน ยูเอสเอ ซึ่งเสมือนเป็นใบเบิกบุกตลาดต่างประเทศ







