
บาจาเพิ่มค้าออนไลน์แอ๊ดด้าไปซีแอลเอ็มวี
ค่ายรองเท้าแตกแนวรุก บาจาขายออนไลน์ เสริมสินค้าแฟชั่น ด้าน แอ๊ดด้า บุกประเทศซีแอลเอ็มวี
ค่ายรองเท้าแตกแนวรุก บาจาขายออนไลน์ เสริมสินค้าแฟชั่น ด้าน แอ๊ดด้า บุกประเทศซีแอลเอ็มวี
นายศุภกฤษณ์ มาลัยทอง ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท บาจา (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจร้านรองเท้าบาจาและฟุตอิน เปิดเผยว่า เดือน ก.ค.นี้ จะขยายช่องทางขายไปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.batathailand.com เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และทวิตเตอร์ เนื่องจากผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับสื่อในโลกออนไลน์
สำหรับราคาขายที่จำหน่ายในช่องทางออนไลน์จะเป็นราคาเดียวกับที่ขายหน้าร้าน โดยในส่วนของการจัดส่งสินค้าบริษัทจะบริการจัดส่งฟรีทั่วประเทศเมื่อสั่งซื้อสินค้าราคาตั้งแต่ 499 บาทขึ้นไป ขณะที่การจ่ายค่าสินค้าลูกค้าสามารถจ่ายได้ทั้งผ่านบัตรเครดิตและการโอนเงินผ่านบัญชีตามที่แจ้งในเว็บไซต์
“การขายสินค้าออนไลน์ได้เริ่มทดลองมาตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมาในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินเดีย ซึ่งได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี บางประเทศมียอดขายวันละ 100 คู่ บริษัทจึงเห็นโอกาสดังกล่าว” นายศุภกฤษณ์ กล่าว
นายชิตพันธ์ กัณหะสิริ ผู้จัดการฝ่ายค้าปลีก บริษัท บาจา (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปีนี้มีแผนเปิดร้านบาจา 30 สาขา งบ 180 ล้านบาท ขณะที่ร้านฟุตอินจะเปิดใหม่ 10 สาขา งบ 60 ล้านบาท หรือเฉลี่ยต่อสาขาที่ 6 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะใช้งบ 3% ของยอดขาย ในการทำกิจกรรมการตลาดปีนี้ เพื่อสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะร้านฟุตอิน เนื่องจากเพิ่มดำเนินธุรกิจมาเพียง 3 ปี ขณะที่ร้านบาจายังต้องทำการตลาด เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่ทัยสมัยต่อเนื่องเช่นกันหลังจากทำมาแล้ว 3 ปี โดยสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ 3,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 17% แบ่งเป็นบาจา 90% และฟุตอิน 10%
ด้านนายกวี พฤกษาพรพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท แอ๊ดด้า (ไทยแลนด์) ผู้ดำเนินธุรกิจรองเท้าแอ๊ดด้า กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทจะขยายตลาดไปที่กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี หรือกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง เช่น กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ด้วยการนำสินค้าไปจำหน่ายตามแนวชายแดนมากขึ้น เพื่อเป็นการทดลองก่อนเข้าไปทำตลาดอย่างจริงจังหลังประเทศนั้นๆ มีเศรษฐกิจเติบโต
ปัจจุบันบริษัทส่งออกสินค้าไปทำตลาดต่างประเทศ 89 ประเทศ ซึ่งการหันมาทำตลาดกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงเป็นการสร้างความแข็งแกร่งการส่งออก
ขณะที่แผนในประเทศบริษัทจะนำสินค้ารุ่นใหม่เข้ามาทำตลาด 400 รุ่น หวังยอดขายปีนี้โต 10% จากปีก่อน 2,000 ล้านบาทเพื่อผลัดเปลี่ยนสินค้าเก่า เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็ว ซึ่งหลังจากนำสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาด 3 เดือนสามารถวัดผลการตอบรับได้แล้ว ในส่วนของการเปิดคอนเนอร์จำหน่ายสินค้าใหม่นั้น ปีนี้ยังไม่มีแผนเปิดเพิ่ม เพราะจำนวนสาขาที่มีอยู่ประมาณ 110 แห่งทั่วประเทศถือว่าครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายแล้ว โดยสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีรายได้เติบโต 10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 2,000 ล้านบาท







