
เตรียมผู้นำ
ผู้นำที่มีประสิทธิผลสำคัญอย่างไร และควรพัฒนาผู้นำอย่างไรให้มีประสิทธิผล หากจะทำให้องค์กรแข่งขันได้ในเวทีโลก เพียงความแข็งแกร่งของผู้นำสูงสุดขององค์กรคนเดียวคงไม่พอ แต่ผู้นำในทุกระดับและรุ่นต่อไปจะเพิ่มความสำคัญขึ้นเป็นทวีคูณ
ผู้นำที่มีประสิทธิผลสำคัญอย่างไร และควรพัฒนาผู้นำอย่างไรให้มีประสิทธิผล หากจะทำให้องค์กรแข่งขันได้ในเวทีโลก เพียงความแข็งแกร่งของผู้นำสูงสุดขององค์กรคนเดียวคงไม่พอ แต่ผู้นำในทุกระดับและรุ่นต่อไปจะเพิ่มความสำคัญขึ้นเป็นทวีคูณ
ยืนยันโดยกูรูระดับโลกด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์และภาวะผู้นำ เดฟ อัลริจช์ (Dave Ulrich) และกลุ่มปรมาจารย์ด้านนี้ ซึ่งทำวิจัยและเขียนหนังสือขายดีมากว่า 20 เล่ม เดฟ อัลริจช์ ให้คำตอบที่เราปฏิเสธไม่ได้เลย นั่นคือผู้นำที่มีประสิทธิผล คือผู้บริหารที่สามารถนำผลลัพธ์มาสู่องค์กร ผู้ถือหุ้น และตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าและบุคลากร
ปรมาจารย์เห็นคล้ายกันว่าผู้นำที่ดีมีโค้ดลับของหน้าที่ที่ตนควรปฏิบัติ ซึ่ง เดฟ อัลริจช์ ได้แบ่งออกมาให้เราเห็นชัดๆ และนำไปปฏิบัติได้ ประกอบไปด้วย 5 ด้านด้วยกัน ทั้ง 5 ด้านนี้แบ่งตามมิติของระยะเวลาและการโฟกัส เช่น ระยะยาวหรือระยะสั้น โฟกัสที่ตัวบุคคลหรือที่ภาพรวมขององค์กร
หน้าที่ด้านที่หนึ่ง คือหน้าที่ในระยะยาวและเป็นการโฟกัสในภาพใหญ่ คือ หน้าที่ของนักกลยุทธ์ ต้องมองการณ์ไกลโดยใช้การวิเคราะห์สภาพการณ์ทั้งภายนอกและภายในองค์กรอย่างชาญฉลาด กำหนดทิศทางในอนาคต รวมทั้งวางกรอบการปฏิบัติเพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมายในระยะยาว หากขาดด้านนี้ไปอาจเหมือนเป็นการนำองค์กรอย่างไร้ทิศทาง
สอง คือนักลุยปฏิบัติ ยังโฟกัสในภาพใหญ่อยู่ แต่ในระยะสั้น คือการมุ่งบริหารจัดการในทุกๆ วัน เพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมายในอนาคตได้ ถ้าไม่มีหน้าที่นี้ ด้านที่หนึ่งก็จะเป็นเพียงความฝันเท่านั้น ด้านนี้ผู้นำจะบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ดี
สาม คือเป็นนักพัฒนาคนเก่ง ด้านนี้เป็นกิจกรรมระยะสั้นเช่นกัน และโฟกัสในระดับบุคคล ผู้นำต้องรู้ว่าสมรรถนะที่จำเป็นเพื่อความสำเร็จของงานที่ผู้ใต้บังคับบัญชาพึงมีคืออะไร และจะเสริมความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชาให้แกร่งขึ้นได้อย่างไร นอกจากนี้ ผู้นำจะบริหารจัดการทรัพยากรให้เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจอีกด้วย
สี่ คือเป็นนักปั้นคน เพื่ออนาคตองค์กร หรือนักพัฒนาทุนมนุษย์ นั่นคือการสร้างคิวคนเก่งคนดีให้แถวเต็มอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้องค์กรในอนาคตสะดุด เพราะขาดผู้บริหารในตำแหน่งสำคัญๆ ต้องรู้ว่าตำแหน่งใดที่หากขาดไปจะเป็นวิกฤต และตำแหน่งใดเป็นผู้สนับสนุนที่ขาดไม่ได้ เป็นการโฟกัสที่บุคคลในระยะยาว
ห้า คือการดูแลตนเอง เป็นสิ่งที่ปรมาจารย์เห็นตรงกันว่าเป็นสิ่งที่ขาดหายไป นั่นคือ การบริหารจัดการความเครียดของตน การเรียนรู้อยู่เสมอ เป็นตัวอย่างที่ดี มีคุณธรรม ข้อนี้สอนยากที่สุด แต่สำคัญที่สุด เพราะถ้าผู้ใต้บังคับบัญชาไม่เห็นผู้นำทำข้อนี้ อาจส่งผลต่อความยอมรับนับถือกันได้ ในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจให้พัฒนาภาวะผู้นำให้องค์กรต่างๆ ดิฉันเชื่อว่าเราต้องเชื่อมให้ติดระหว่างสิ่งที่ผู้นำรู้กับสิ่งที่ผู้นำทำ เพราะหากรู้แล้วไม่ทำก็ไม่เกิดประโยชน์ต่อองค์กรโดยรวม
ในการพัฒนาผู้นำให้ทำหน้าที่ทั้ง 5 ได้ดี อาจต้องประเมินก่อนว่าผู้บริหารของท่านมีจุดแข็ง จุดอ่อน ด้านใด ปกติคนเราจะมีจุดแข็งในบางด้านอยู่แล้ว แต่อาจยังไม่ได้ดึงศักยภาพออกมาใช้อย่างเต็มที่
ภาวะผู้นำที่พัฒนาไว้ ควรเป็นสิ่งที่ติดตัวผู้นำในองค์กรของเราอย่างยั่งยืน เพื่อไม่ให้การลงทุนเสียเปล่า แต่จะทำอย่างไร อยากให้มาหาคำตอบด้วยกันจาก เดฟ อัลริจช์ ที่จะบินมาแนะนำด้วยตนเองในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ หากสนใจลองติดต่อสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทยนะคะ







