posttoday
แอพ "เฮลโล" เพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจแท็กซี่

แอพ "เฮลโล" เพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจแท็กซี่

06 มิถุนายน 2556

โดย...วรัท เจิ่งประภากร

โดย...วรัท เจิ่งประภากร

เชื่อว่าปัญหาหนึ่งที่คนกรุงเทพฯ จำนวนไม่น้อยประสบร่วมกัน คือ การไม่สามารถหารถแท็กซี่ที่ไปยังจุดหมายที่ตัวเองต้องการได้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะปัญหาการจราจร ทว่าก็มีสาเหตุอีกสารพัดอย่างที่ยากจะคาดเดาได้

ล่าสุด ที่อังกฤษ เจย์ เบรกแมน หนุ่มนิวยอร์กวัย 33 ปี ซึ่งย้ายมาอาศัยอยู่ในกรุงลอนดอนตั้งแต่ปี 2003 เพื่อศึกษาปริญญาโทที่วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (แอลเอสอี) เห็นถึงปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพในการโบกเรียกแท็กซี่ของชาวลอนดอน จึงตัดสินใจเขียนแอพพลิเคชัน “เฮลโล” ซึ่งเป็นแอพสำหรับย่นระยะเวลาในการตามหาผู้โดยสารของคนขับแท็กซี่

“ธุรกิจแท็กซี่เต็มไปด้วยความไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากในขณะที่คนขับแท็กซี่ต้องขับไปทั่วเมืองเพื่อตามหาผู้โดยสาร ผู้โดยสารเองก็ต้องเสียเวลานานในการโบกรถหาแท็กซี่เช่นเดียวกัน ผลคือแท็กซี่หลายคันมีช่วงเวลาที่ปราศจากผู้โดยสารกว่า 3060% จากเวลาทั้งหมดบนท้องถนน” ผู้คิดค้นแอพเฮลโล กล่าว

หนุ่มนิวยอร์กยังเสริมอีกด้วยว่า สาเหตุที่เลือกให้ความสนใจคนขับแท็กซี่ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเจ้าตัวเชื่อว่า หากสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่คนขับแท็กซี่ในการตามหาลูกค้าแล้ว ผู้โดยสารจะได้รับการบริการที่ยอดเยี่ยมตามมาอย่างแน่นอน

ด้วยเหตุนี้ ทางบริษัทจึงดึงตัวอดีตคนขับแท็กซี่เข้ามาอยู่ในทีมผู้ให้คำปรึกษา ซึ่งทำให้เบรกแมน พบว่า ปัญหาใหญ่ 2 ประการที่คนขับแท็กซี่เผชิญ คือ การไม่สามารถหาลูกค้าได้ และวิธีการทำกำไรสูงสุด

เมื่อได้แนวทางสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจแล้ว หนุ่มนิวยอร์กก็ระดมทุนตั้งต้นได้กว่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 90 ล้านบาท) ในเดือน มี.ค. 2554 จากอตอมิโก กลุ่มทุนทางด้านเทคโนโลยีระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาแอพเฮลโลสำหรับสมาร์ตโฟน ที่คนขับแท็กซี่สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี

ปัจจุบันทางบริษัทเปิดให้บริการดังกล่าวแล้วกว่า 7 เมืองใหญ่ทั่วโลก คือ ดับลิน โทรอนโต บอสตัน ชิคาโก บาร์เซโลนา มาดริด และโตเกียว

ด้วยแอพนี้คนขับแท็กซี่สามารถกำหนดยอดกำไรที่ต้องการ และได้รับข้อมูลทางด้านการจราจร คิวแท็กซี่ และตำแหน่งผู้โดยสารที่ติดต่อเข้ามา โดยปัจจุบันแอพนี้ถูกใช้โดยคนขับแท็กซี่ในลอนดอนแล้วกว่า 9,000 ราย หรือราว 40% ของผู้ขับแท็กซี่ทั้งหมด

นอกจากนี้ ทางบริษัทก็พัฒนาแอพสำหรับผู้โดยสารที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีเช่นเดียวกัน เพื่อติดต่อและตกลงจุดหมายปลายทางกับคนขับแท็กซี่ และเพื่อระบุที่อยู่ของทั้งผู้โดยสารและคนขับแท็กซี่อีกด้วย

เมื่อตกลงค่าโดยสารกับคนขับแท็กซี่ภายในแอพได้แล้ว ผู้โดยสารก็จะได้รับข้อมูลอัพเดตตามเวลาจริง ถึงที่ตั้งของแท็กซี่คันดังกล่าว เวลาที่จะมาถึง และเบอร์โทรศัพท์ของคนขับแท็กซี่

ทางบริษัทมีรายรับจากการเก็บค่าบริการจากผู้โดยสาร หรือคนขับแท็กซี่ ขึ้นอยู่กับเมืองที่ใช้บริการ โดยในลอนดอนคนขับแท็กซี่ถูกเก็บค่าบริการราว 10% จากค่าโดยสารที่ได้ ขณะที่นิวยอร์กผู้โดยสารถูกเก็บค่าบริการแทน ซึ่งในปัจจุบันมีผู้โดยสารที่ดาวน์โหลดแอพนี้ไปใช้แล้วกว่า 2.5 แสนรายทั่วโลก

หากมีแอพลักษณะดังกล่าวขึ้นมาให้ชาวกรุงเทพฯ ดาวน์โหลดด้วย ก็คงจะเพิ่มประสิทธิภาพแก่คนขับแท็กซี่ในการหาลูกค้า และเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารในการเรียกแท็กซี่ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท