posttoday
เช่าซื้อรถยนต์ ลดดอก ลดดาวน์ก้าวสำคัญในเกมชิงส่วนแบ่งตลาด

เช่าซื้อรถยนต์ ลดดอก ลดดาวน์ก้าวสำคัญในเกมชิงส่วนแบ่งตลาด

16 เมษายน 2553

..ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

มูลค่าตลาดเช่าซื้อในแต่ละปีส่วนใหญ่จะอิงอยู่กับยอดขายรถยนต์ใหม่เป็นสำคัญ เนื่องจากมีมูลค่าต่อคันสูง โดยมีปริมาณความต้องการสินเชื่อใหม่อยู่ประมาณ 2.83 แสนล้านบาทต่อปี (คำนวณจากยอดจัดเช่าซื้อเฉลี่ยต่อคันที่ 5.5 แสนบาท) ขณะที่สินเชื่อสำหรับรถมือสอง (ข้อมูลจากยอดโอนเปลี่ยนชื่อที่กรมการขนส่งทางบก โดยประเมินว่า 60% ของการโอนเป็นการขายมือสอง) และรถมอเตอร์ไซค์มีมูลค่ารวมประมาณ 2.22.5 แสนล้านบาทต่อปี โดยมีผู้ประกอบการที่พร้อมให้บริการสินเชื่อประเภทนี้อยู่ 3 กลุ่มหลัก คือ สถาบันการเงินและบริษัทในเครือ บริษัทลีสซิ่งทั่วไป และบริษัทลีสซิ่งของค่ายรถยนต์ (Captive) ซึ่งจากประวัติการดำเนินงานที่ผ่านมา ผู้ประกอบการสินเชื่อเช่าซื้อมีศักยภาพโดยรวมที่จะขยายสินเชื่อได้เหนือกว่าปริมาณความต้องการของตลาดรถใหม่เสมอมา แม้กระทั่งในช่วงวัฏจักรการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ยอดรถยนต์ใหม่หดตัวลง นำไปสู่การแข่งขันที่รุนแรง

แนวโน้มการแข่งขัน

ปี 2553 จะเป็นปีของผู้บริโภคที่ต้องการใช้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ มีโอกาสได้รับเงื่อนไขการกู้ยืมที่ดีที่สุด เนื่องจากธนาคารพาณิชย์รายใหญ่แห่งหนึ่งประกาศนโยบายต้องการชิงส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ โดยพร้อมใช้มาตรการตัดราคา และให้รางวัลดีลเลอร์รถที่ส่งลูกค้าให้ เพื่อให้ได้เป้าหมายเชิงปริมาณมากกว่าจะเน้นหนักด้านคุณภาพดังเช่นในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว แม้ว่ากลยุทธ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้ธนาคารไม่มีกำไรจากธุรกิจนี้ก็ตาม ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ขนาด กลางซึ่งครองอันดับหนึ่งในธุรกิจอยู่ในปัจจุบัน และมีธุรกิจเช่าซื้อเป็นธุรกิจหลักของธนาคาร ก็พยายามรักษาส่วนแบ่งตลาด ด้วยการสู้ทุกราคาควบคู่ไปกับการคัดคุณภาพลูกค้า ทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นต่างต้องหลบออกจากตลาดเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ และปรับนโยบายการทำธุรกิจไปด้านอื่นแทน เช่น เข้าซื้อกิจการลีสซิงรายเล็กเพื่อขยายพอร์ตของตนเองทดแทนการขยายสินเชื่อใหม่ ให้ความสนใจตลาดรองอื่น ได้แก่ เช่าซื้อรถมือสอง เช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ รวมถึงสินเชื่อเงินสดประเภทรถแลกเงิน เป็นต้น

ทั้งนี้ แม้ว่าจะเหลือผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อในตลาดหลักหรือตลาดเช่าซื้อรถยนต์ใหม่เพียง 23 ราย แต่ก็เชื่อว่าจะไม่นำไปสู่การผูกขาดที่จะลดทอนประโยชน์ของผู้บริโภคลง เนื่องจากฐานลูกค้าในตลาดหลักอาจจัดได้ว่าเป็นลูกค้าชั้นดี ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าการให้เช่าซื้อประเภทอื่น ดังนั้น หากการแข่งขันทุเลาลง เชื่อว่าจะมีผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาร่วมด้วย

กลยุทธ์หลักปี 2553

ในช่วงไตรมาส 4/2552 เมื่อปัญหาความเสี่ยงเครดิตเริ่มคลี่คลายตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่แห่งหนึ่งรุกธุรกิจอย่างหนัก โดยใช้กลยุทธ์ราคาหรืออัตราดอกเบี้ยเป็นตัวนำในการขยายตลาด ด้วยการกำหนดดอกเบี้ยเช่าซื้อรถใหม่ต่ำสุดเพียง 1.99% ในช่วงที่มีการจัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นต่างต้องตรึงถึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อลงตาม หากต้องการทำยอดสินเชื่อให้เข้าเป้าที่วางไว้

กระแสการแข่งขันดังกล่าวยังคงดำเนินต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 1/2553 โดยที่อัตราดอกเบี้ยปกติ (ใช้สำหรับการวางดาวน์มาตรฐานที่ 2025% และระยะเวลากู้ 48 เดือน) ถูกกดลงมาอีก 0.1% จากระดับ 2.25% เมื่อสิ้นปี 2552 เป็น 2.15% ซึ่งสวนกระแสทิศทางดอกเบี้ยในประเทศที่มีแนวโน้มปรับขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ ตามแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2553 โดยธนาคารบางแห่งเริ่มออกผลิตภัณฑ์เงินฝากระยะยาวเพื่อล็อกต้นทุนการเงินแม้ว่าสภาพคล่องในระบบการเงินจะยังมีอยู่สูงก็ตาม

อาจด้วยปัจจัยด้านราคาที่ปรับลงไม่ได้มาก ทำให้ธนาคารที่ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรายใหญ่หันมาใช้มาตรการปรับลดเงินดาวน์ลงเหลือต่ำสุด 5% และยืดระยะเวลากู้ออกไปเป็น 72 เดือนแทน ซึ่งทำให้สามารถชาร์จอัตราดอกเบี้ยได้ถึง 2.99% ในช่วงการจัดงานมอเตอร์โชว์ปลายไตรมาส 1/2553 ซึ่งมีส่วนขยายฐานผู้ขอใช้บริการสินเชื่อเช่าซื้อได้กว้างขึ้นและลึกลงสู่ระดับกลางถึงล่างมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงด้านเครดิตของธุรกิจให้เพิ่มขึ้น แม้ว่าด้วยสัญญาณการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย (ดังที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจาก 3.04.0% เป็น 3.54.5% ในเดือน ก.พ. 2553 ที่ผ่านมา) โดยพื้นฐานแล้ว อาจช่วยให้ลูกหนี้มีความสามารถในการชำระหนี้ที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับช่วงการจัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โปในปลายปี 2552 แล้ว จะเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุดได้ถูกปรับขึ้นจาก 1.88199% เป็นประมาณ 2.15% สำหรับเงื่อนไขปกติ โดยมีเพียงรถบางรุ่นบางยี่ห้อเท่านั้นที่ค่ายรถต้องการระบายสินค้า จึงจัดรายการอุดหนุนส่วนต่างเป็นพิเศษเพื่อให้สถาบันการเงินเสนออัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขการผ่อนชำระพิเศษได้ตั้งแต่ 01.99%

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าผู้ประกอบการให้เช่าซื้อจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยขึ้นตั้งแต่เดือน เม.ย. 2553 เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางต้นทุนการเงิน ในอัตราประมาณ 0.1% เป็นประมาณ 2.25% และอาจจะทยอยปรับขึ้นจนถึงระดับ 2.5% ในสิ้นปีนี้

n เป็นอัตราดอกเบี้ย ณ วันสิ้นเดือน ที่มีผลจริงในตลาด ซึ่งจะอยู่ในระดับต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินประกาศเป็นการทั่วไป โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขวางดาวน์ 25% ของราคารถ และผ่อนชำระ 48 งวด

การปรับแผนธุรกิจแนวใหม่

จากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง และยังมีแนวโน้มที่อาจรุนแรงขึ้นอีกดังกล่าว ผนวกกับการที่พอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อในแต่ละปีมักได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งจากการชำระคืนหนี้ของยอดคงค้างสินเชื่อเก่าที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 5 ปี ทำให้ผู้ประกอบการให้เช่าซื้อที่มีพอร์ตเดิมขนาดใหญ่ และผู้ประกอบการที่พึ่งพิงพอร์ตรถใหม่เป็นหลัก อาจเผชิญความท้าทายมากขึ้นในการรักษาส่วนแบ่งตลาด สำหรับผู้ประกอบการที่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ การแข่งขันด้านราคาอาจยังเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มสินเชื่อเชิงปริมาณ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายรายปีที่ตั้งไว้ได้

ขณะที่สำหรับผู้ประกอบการที่เน้นการรักษาความสามารถและเสถียรภาพในการทำกำไร ก็คงจะมีการปรับแผนธุรกิจเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบสงครามราคา โดยกลยุทธ์ที่คาดว่าจะเห็นต่อเนื่องไปในระยะข้างหน้า นอกจากจะเป็นการเข้าซื้อกิจการบริษัทลีสซิงรายเล็กที่มีพอร์ตคุณภาพดี และการควบรวมกับธนาคารพาณิชย์อื่นเพื่อขยายขอบเขตธุรกิจไปยังธุรกิจการเงินประเภทอื่นๆ แล้ว ก็ยังอาจต้องขยายตลาดไปยังรถมือสอง (แม้ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญพิเศษมากขึ้น) การให้สินเชื่อประเภทรถแลกเงิน ตลอดจนการขยายไปยังผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น เช่น การเป็นนายหน้าขายประกันภัยที่เกี่ยวเนื่องกับรถและเจ้าของรถ

นอกจากนั้น คงต้องอาศัยส่วนผสมของบริการหลังการขาย ความรวดเร็วในการให้บริการ และบริการเสริมอื่นๆ เพื่อให้เกิดความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ และเป็นการลดกระแสการแข่งขันด้านราคาได้

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแผนธุรกิจใด ก็คงจะต้องรอการพิสูจน์จากวัฏจักรเศรษฐกิจขึ้นและลงรอบถัดไปว่าจะมีประสิทธิผลในการรักษาธุรกิจและความยั่งยืนของความสามารถในการทำกำไรมากกว่ากัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท